สุดโหด !! แท็กซี่กร่างพกปืน เฉี่ยวคนเตรียมเผ่นหนี เจอชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ (มีคลิป)

แห่แชร์คลิปแท็กซี่กร่างพกปืน เฉี่ยวคนเตรียมเผ่นหนี เจอชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ (มีคลิป)

วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสังคมออนไลน์ใน จ.สมุทรปราการ แชร์คลิปวิดีโอโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ “ผมวัยรุ่น ทำกิน สร้างตัว” ได้โพสต์คลิปวีดีโอที่มีประชาชนจำนวนมากกำลังรุมจับตัวและมีการทำร้ายร่างกายโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าว ทำให้ใบหน้าปูดบวม พร้อมระบุข้อความว่า “แท๊กซี่พกปืนและเป็นอาสาชักใส่พ่อเพื่อนผมไม่รู้ว่าใครเคยปล้นเคยจี้มาบ้างหรือป่าวชี้ตัวใด้ที่โรงพักสำโรงใต้นะคับ ผมเป็นห่วงคนที่ใช้บริการเวลากลางคืนจริงแต่คนขับแท๊กซี่ดีๆ ก้อมาก ใครเคยถูกแท๊กซี่คนนี้และรถคนนี้ปล้นหรือจี้มาชี้ตัวหรือติดต่อโรงพักสำโรงใต้ได้นะคับ..ผมสงสารผู้ที่ใช้บริการรถแท๊กซี่เวลากลางคืนจิงๆๆ …คนขับพกปืนและเป็นอาสาด้วย คนขับรถบริการแต่ไม่หน้าทำแบบนี้หลอก แท็กซี่ดีๆ ก้อมีหลายคน”

1

โดยคลิปดังกล่าวมีความยาว 3.44 นาที ซึ่งภายในคลิปจะพบว่าโชเฟอร์แท็กซี่รายนี้มีการพกพาอาวุธปืนพร้อมแม็กซีนติดตัวมาด้วย และยังสวมใส่เสื้อกั๊กสีดำที่เขียนระบุไว้ด้านหลังเสื้อว่า DOPA กรมการปกครอง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเสื้อกั๊กตัวดังกล่าวเป็นเสื้อกั๊กของหน่วยงานอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ฝ่ายปกครองจัดสร้างขึ้นเพื่อใช้ในเวลาปฎิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง นอกจากนั้นภายในคลิปดังกล่าวยังพบว่าคนขับพยามปิดกระจกและสตาร์ทเครื่องเพื่อหวังจะหลบหนีแต่กลุ่มชาวบ้านไม่ยินยอมจนกระทั่งสายตรวจมาถึงที่เกิดเหตุและควบคุมตัวไปสอบปากคำที่สภ.สำโรงใต้2

ด้าน พ.ต.อ.เสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ภายในซอยจัดสรรคมหาวงศ์ ซอยเปรมฤทัยซอย 10 ซึ่งรถแท็กซี่คันดังกล่าวทราบชื่อคือ  นายอนุพนธ์ เศษจันทึก ได้ขับรถเฉี่ยวชนประชาชนที่นั่งอยู่ข้างทางและพยามหลบหนีจนทำให้ผู้เสียหายติดตามไปทัน แต่พบว่าคนขับรถแท็กซี่ได้ชักอาวุธปืนซึ่งตรวจสอบภายหลังทราบว่าเป็นปืนบีบีกันออกมาข่มขู่ผู้เสียหายทำให้มีประชาชนในซอยดังกล่าวได้ช่วยกันรุมจับตัวและทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฎในคลิป

3

“ก่อนจะควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีสารเสพติดในร่างกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหาขับรถขณะเสพสารเสพติดและพกพาสิ่งเทียมอาวุธปืนไปในทางเมืองสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรหรือโดยไม่ได้รับอนุญาตควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.ประเสริฐ กล่าว