อึ้งกันเลย!!!! หลังออกข่าว นักโทษ เดินเท้ามาสักการะพระบรมศพ แต่พอรู้ที่แท้เขาเป็นใคร ถึงกับพูดไม่ออก!!!

อึ้งกันเลย!!!! หลังออกข่าว นักโทษ เดินเท้ามาสักการะพระบรมศพ แต่พอรู้ที่แท้เขาเป็นใคร ถึงกับพูดไม่ออก!!!

14112016_img_1479087641_615

เนื่องจากรณีที่ผ่านมา สิบตรีจาง แซ่เล่า อายุ 34 ปี อาสาสมัครคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก ออกเดินเท้าจากอำเภอหล่มสัก เพื่อไปกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.2559 และที่ผ่านมาได้มีสื่อทีวีช่องหนึ่งนำเสนอข่าวว่า สิบตรีจาง แซ่เล่า เป็นอดีตนักโทษที่พ้นโทษออกมา เนื่องจากได้รับการอภัยโทษ แล้วจะเดินทางไปกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แต่ความจริงแล้ว สิบตรีจาง แซ่เล่า เป็นอดีตทหาร ที่มาสมัครเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก และในระหว่างที่รับราชการทหารยังได้มีโอกาสถวายอารักขาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และในชีวิตไม่เคยถูกจำคุกหรือเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำมาก่อนแต่อย่างใด

สิบตรีจาง แซ่เล่า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากออกเดินทางจากอำเภอหล่มสัก ได้ไม่ถึง 1 วัน ก็ได้รับแจ้งจากญาติๆ ว่า มีทีวีช่องหนึ่งนำเสนอข่าวว่า ตนเองเป็นอดีตนักโทษที่พ้นโทษออกมา เนื่องจากได้รับการอภัยโทษ และเดินเท้าจากอำเภอหล่มสักเพื่อไปกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง ตนรู้สึกตกใจ สับสน และน้อยใจเป็นอย่างมากว่า ทำไมสื่อช่องดังกล่าว จึงนำเสนอข่าวเช่นนั้น ที่ผ่านมาตนอาสาเป็นทหารออกปฏิบัติการอยู่แนวชายแดน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และระหว่างรับราชการทหารยังได้มีโอกาสถวายอารักขาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ถึงแม้จะไม่ได้ถวายอารักขาอย่างใกล้ชิด แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ต่อมาได้ลาออกจากราชการทหารมาประกอบอาชีพส่วนตัว และได้สมัครเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อดูแลและให้คำแนะนำผู้ที่ถูกคุมประพฤติเพื่อให้ปฏิบัติตนเป็นคนดีของแผ่นดิน แต่เมื่อมีสื่อบางช่องนำเสนอข่าวว่า ตนเองเป็นอดีตนักโทษทำให้รู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก และเมื่อข่าวถูกนำเสนอออกไป เมื่อตนเดินไปตามเส้นทางบางคนก็มองด้วยสายตาที่ไม่ดี บางคนถึงกับเดินมาถามว่าทำผิดอะไรถึงเป็นนักโทษ ยิ่งทำให้ตนเสียใจมาก บางครั้งเดินไปก็ต้องร้องไห้ไปด้วย คิดน้อยใจว่าตนตั้งใจทำเพื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำไมจะต้องมีเรื่องราวที่ไม่ดีด้วย

และนอกจากนั้นญาติๆ ที่อยู่ทางบ้านก็ต้องคอยตอบคำถามคนในหมู่บ้านว่า ตนไปทำผิดอะไร ถูกดำเนินคดีเรื่องอะไร และที่สำคัญทำให้ตระกูลพี่น้อง “แซ่เล่า” ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งหลายคนเห็นว่าน่าจะต้องแจ้งความเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ตนทำความฝันให้สำเร็จเสียก่อนแล้วค่อยหารือกันอักครั้ง แต่ในตอนนี้อยากจะให้สื่อช่องดังกล่าว รับผิดชอบหรือแก้ข่าวให้แก่ตนและคนตระกูล “แซ่เล่า” ด้วย

ที่มา sanook