สุดแสนรันทด!!!! ชายคนนี้ป่วยเป็นโรค ท้าวแสนปม ชาวบ้านรังเกียจหนีลงใต้ เพื่อนชาวพม่าหาเลี้ยงโดนแบบนี้!!!

สุดแสนรันทด!!!! ชายคนนี้ป่วยเป็นโรค ท้าวแสนปม ชาวบ้านรังเกียจหนีลงใต้ เพื่อนชาวพม่าหาเลี้ยงโดนแบบนี้!!!

16112016_img_1479263216_27

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 30 บ้านจับยี่ลุ่ย หมู่ 1 ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา มีชายวัย 60 ปี อาศัยอยู่ในกระต๊อบเพียงลำพังและป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม ซึ่งไม่มีอาชีพอะไรเพราะไปหางานที่ไหนก็ไม่มีใครรับความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ นายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปีอาศัยอยู่ในกระต๊อบ หลังเล็กๆ ขนาด 2X2 เมตร มุงด้วยหลังคาสังกะสีเก่าๆ และใช้สแลนถุงปุ๋ย กับป้ายไวนิลขึงล้อมไว้แทนฝาบ้าน กันฝนไม่ได้ ไม่มีประตู ไม่มีห้องน้ำ มีไฟฟ้าที่เพื่อนบ้านต่อให้ 1 ดวงภายในกระต๊อบมีแค่เสื่อปูนอนกับผ้าห่ม และเครื่องครัวเตาถ่านเท่านั้น

นายชิติ เปิดเผยว่า ตนเองป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และมีพี่น้อง 3 คน แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อจากญาติพี่น้องเลย จากนั้นมาก็มุ่งทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงานด้วย เพราะเขารังเกียจโรคที่เป็นอยู่ จึงต้องอาศัยอยู่กับน้องชายที่กรุงเทพฯ แถวถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ แต่น้องชายก็มีฐานะยากจนเช่นกันและอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็นโรคท้าวแสนปมเช่นเขา ซึ่งอยู่ไปก็มีแต่คนรังเกียจ บางครั้งคิดน้อยใจจะฆ่าตัวตาย แต่ก็มีเพื่อนในละแวกแถวนั้นซึ่งเป็นชาวพม่าได้มาให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตและได้ชักชวนตนลงมาอยู่ที่ อ.เบตง และมาหางานทำแต่ก็ไม่มีใครจ้าง เพื่อนชาวพม่าบอกกับตนว่าจะหาเลี้ยงตนเองด้วยความสงสาร และเมื่อต้นเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อนชาวพม่าได้ถูกจับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและทางการได้ส่งตัวกลับไปยังประเทศพม่า ตนจึงได้อยู่เพียงลำพังจากนั้นเป็นต้นมา จนชาวบ้านแถวนั้นทนเห็นความลำบาก อดอยาก ไม่ได้จึงได้ลง เฟสบุ๊ก โพสต์ภาพลุงคนหนึ่ง กำลังนั่งซึมเศร้าอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งตามลำตัวเต็มไปด้วยตุ่มขึ้นทั่วทั้งร่างกาย เหมือนมีเนื้องอกออกมาจากร่างกาย พร้อมเขียนข้อความว่า วอนสื่อช่วยเหลือด้วย

หลังได้ลงในสื่อโซเชียล นายณัฐกิตติ์ กาญจน ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประชาตำบลธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลาทราบข่าวจึงได้รายงานให้นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง หลังจากนั้นได้รับมอบหมายจากนนายอำเภอเบตงให้ ทำการเข้าช่วยเหลือจึงได้เดินทางพร้อมกับสื่อมวลชนและชาวบ้านเข้ามอบอาหรแห้ง เครื่องดื่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องตน

นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือลุงชง กล่าวอีกว่า ตนเองนั้นอยากกลับไปยังบ้านเกิดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวง” ที่กรุงเทพฯ หลังจากที่ทราบข่าวถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และตนต้องการที่ไปถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวง” สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ข้อมูลจาก ข่าวสด