โลกวืด หน้ามืด เช็คอาการภาวะโรคความดันโลหิตต่ำ คุณเสี่ยงไหม???

เจ๊เหมียวมีเรื่องที่เกี่ยวกับอาการจากความดันโลหิตต่ำ เมื่อลุกยืน ได้แก่ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อลุกยืนทันทีจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน ซึ่งมักพบเกิดบ่อยกว่าในช่วงตื่นนอนเช้า หลังการออกกำลังกาย หรือหลังการเบ่งอุจจาระ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่
• มึนงง วิงเวียน เซ
• เหนื่อย มือสั่น
• หูไม่ได้ยิน หรือได้ยินน้อยลง หูอื้อ
• ตาพร่า
• คลื่นไส้
• อาจปวดศีรษะ ปวดต้นคอ หรือปวดไหล่
• ขาชา
• อาจเป็นลมหมดสติ (หากความดันโลหิตต่ำมาก)

เป็นไหมเวลาที่เราเปลี่ยนท่าจากนอนหรือจากนั่งเป็นลุกยืนทันที แล้วจู่ๆ ก็เกิดวืด! นั่นเพราะคุณอยู่ในภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำหรือความดันโลหิตตกเมื่อลุกยืน (Orthostatic hypotension หรือ Postural hypotension) เกิดเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือจากนั่งเป็นลุกยืน จะส่งผลให้มีความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงต่ำลงหรือตกลงทันทีอย่างรวดเร็วภายในประมาณ 3 นาที

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรกที่จะเกิดภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนเพราะร่างกายเสื่อมถอย บวกกับโรคประจำตัว แถมไม่ค่อยได้ดื่มน้ำ ร่างกายจึงมักอยู่ในภาวะขาดน้ำเสมอ ส่วนกลุ่มคนต่อมาที่เกิดความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้ง่าย เช่น คนดื่มน้ำน้อย อากาศร้อน คนที่เหงื่อออกมากจากเล่นกีฬา หรือทำงานกลางแจ้ง หรือการสูญเสียน้ำจากท้องเสียรุนแรง แต่ไม่มีการชดเชยน้ำในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน และคนที่มีภาวะมีความเครียดสูง วิตกกังวลสูง หรือตกใจมาก

ป้องกันและรักษาภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้ ด้วยการรักษาสาเหตุและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น
• ไม่เปลี่ยนท่าทางทันที ค่อยๆ ลุก หลังจากนอนต้องนั่งพักก่อนเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดให้ปกติ
• ไม่ก้มเก็บของใช้วิธีค่อยๆย่อตัวโดยค่อยๆงอเข่าแทน
• ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว และดื่มน้ำให้มากขึ้นตามภาวะที่เกิดการเสียน้ำ เช่น เมื่อออกกำลังกายหรือเมื่อท้องเสีย
• กินอาหารแต่ละมื้อในปริมาณพอเหมาะ ไม่มากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งมาก
• หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้เหมาะกับกับวัยและสภาพร่างกาย
• ระมัดระวังไม่ให้ท้องผูก และฝึกไม่ให้เบ่งอุจจาระ
• ไม่นอนราบ ควรนอนในท่าเอนตัวเสมอ
• ไม่ตากแดดจัด ไม่ออกกำลังกายจนเหงื่อออกมากเกินไป หลีกเลี่ยงสถานที่อบอ้าว
• ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

พบได้บ่อยในคนอายุมากกว่า 65 ปี หรือประมาณ 20 – 30% ของผู้สูงอายุทั้งหมด แต่ในวัยกลางคนจะพบอาการนี้ประมาณ 5 – 10% โอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย