มันมาอีกแล้ว!! “กรมอุตุฯ” เตือน 5-7 ส.ค. ให้ประชาชน 4 ภาคต่อไปนี้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด(รายละเอียด)


ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม 2560 – วันที่ 11 สิงหาคม 2560 เอาไว้ดังต่อไปนี้ … ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตรข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม 2560 – วันที่ 11 สิงหาคม 2560 เอาไว้ดังต่อไปนี้ … ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตรข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “โนรู” (NORU) บริเวณทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ ในช่วงวันที่ 6-7 ส.ค. 60 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “โนรู” (NORU) บริเวณทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ ในช่วงวันที่ 6-7 ส.ค. 60 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนและด้านตะวันตกของภาค

อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างและด้านตะวันออกของภาค

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -40 กม./ชม.

จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

จังหวัดกระบี่ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส