เข้าไทยแน่!!! เตรียมระวัง 5-8 สค.นี้ รับมือฝนตกหนักเพิ่มขึ้น จับตา พายุอีก 10 ลูก! หนักสุด รุนแรงสุด กว่าทุกๆครั้ง!!!!


ทุกวันนี้ประเทศเราได้รับผลกระทบทางภัยธรรมชาติหนักขึ้นทุกปี เราต้องประเมินตัวเองด้วยว่า แต่ก่อนนี้มันเป็นพื้นที่มีต้นไม้ ป่า บ้าน แต่เราเปลี่ยนพื้นที่มาเป็นพื้นที่แข็งมากเลย คือ พื้นที่ถนน คอนกรีต อาคาร ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าถ้าเราเอาแก้วมารองรับน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่เหล่านี้ ก็จะเห็นว่า มื่อก่อนสามารถรับน้ำได้เต็มแก้ว สมมติว่าฝนตกมา จ.สกลนคร อาจจะรับได้ครึ่งแก้ว แต่สภาพปัจจุบันเหมือนใส่น้ำแข็งไปทีละก้อน คือ ถนนก้อนนึง ใส่ที่จอดรถ ใส่อาคารไป การพัฒนาไม่หยุดยั้งก็ใส่ไปอีก จากที่เคยใส่ครึ่งแก้ว มันก็ล้นแก้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เคยประเมินกัน เพราะฉะนั้นฝนตกลงมา ก็ไม่แปลกหากจะเกิดน้ำหลากทันที

ซึ่งอาจจะเห็นจากจังหวัดสกลนครเป็นตัวอย่าง ที่ในปีนี้มีน้ำท่วมสูงมากที่สุดในรอบ 30 ปี ทั้งนี้ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ยังกล่าวอีกว่า ช่วงระหว่างวันที่ 4-8 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคอีสาน และวันที่ฝนจะตกหนักที่สุด คือ 4 ส.ค. คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝน 80 มิลลิเมตร และมีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่จ.สกลนคร ต้องยอมรับว่าปัจจัยหนึ่งมาจากน้ำที่ล้นจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น หลังจากทำนบคันดินพังลง แต่สาเหตุหลักๆ มาจากปริมาณน้ำฝนที่มีมากกว่าทุกปี

ล่าสุดนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ กล่าวว่า ในอนาคตประเทศไทย มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักแบบครั้งนี้อีก และอาจจะมีพายุเข้ามาทำความเสียหายให้ประเทศได้

จากข้อมูลจำนวนพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกใน 1 ปี จะมีพายุโซนร้อนเฉลี่ย 26 ลูก, พายุไต้ฝุ่นที่อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อนเฉลี่ย 16 ลูก แต่ในปี 2560 มีพายุโซนร้อน 11 ลูก และพายุไต้ฝุ่น 2 ลูก หากคิดตามสถิติยังเหลือพายุอีก 10 ลูก ที่อาจจะเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกและอาจส่งผลกระทบกับประเทศไทย