สะเทือนใจ!!! “เด็กโรงเรียนประจำ” นอนร้องไห้ทั้งคืน จนเป็นไข้ ก่อนโทรให้แม่มารับ พอเห็นก้นลูก แทบล้มทั้งยืน โร่แจ้งความด่วน!!?


เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 3 ส.ค.60 นางมณียา ศรีคง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ที่ 1 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร พา ด.ช.เอ(นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ไปสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จังหวัดชุมพร (พมจ.ชุมพร) เข้าร้องเรียนกับ น.ส.ชนัญชิดา สุดรอด เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก บ้านพักเด็กจังหวัดชุมพร เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ เอาผิดกับนาย ก ครูประจำหอพักและเป็นฝ่ายปกครอง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่ทำโทษด้วยการใช้หวายเฆี่ยนตีลูกชาย จนก้นเป็นรอยไหม้เขียวช้ำห้อเลือดนั่งและนอนหงายไม่ได้เจ็บปวดทรมาน

เด็กชาย เอ(นามสมมติ) ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก ฟังว่าตนเองเป็นนักเรียนประจำ เรียนอยู่ชั้น ม.1 โดย เมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 ที่ผ่านมาเวลา 3ทุ่ม เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่หอพักเดียวกันใช้ให้ตน ไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตอยู่บนหลังทีวี โดยถ้าตนไม่ไปหยิบก็จะถูกรุ่นพี่ตบเอา แต่ขณะที่ตนเองเดินไปหยิบโทรศัพท์ ครูกำธร ซึ่งเป็นครูฝ่ายปกครองประจำหอพัก ก็เดินเข้าไปในห้องพอดี ตนวิ่งไปที่เตียงนอนไม่ทันจึงวิ่งไปที่เตียงนอนของเพื่อน ครูกำธร จึงถามตนว่าไปนอนเตียงเพื่อนทำไม มันผิดกฎระเบียบของหอพักเพราะจะคุยกันเสียงดัง เพื่อนคนอื่นๆจะไม่ได้หลับได้นอน หลังจากนั้นครูกำธร ก็เรียกนักเรียนที่นอนอยู่ในห้องนอนทั้งหมด 27 คน ให้ยืนขึ้นและทำโทษโดยการเฆี่ยนด้วยหวายที่ก้นคนละ 1 ที ซึ่งหลังจากทำโทษเสร็จ ครูกำธรก็สั่งให้นักเรียนทุกคนไปนั่งที่หน้าเตียงนอนของตัวเอง หลังจากนั้นครูกำธร ก็กลับมาถามตนเรื่องความผิด 4ข้อหาคือ 1.เรื่องไปนอนที่เตียงตัวเองไม่ทัน 2.บนที่นอนผ้าห่มมีกลิ่นปัสสาวะ 3 บนที่นอนมีแป้งหกใส่ 4. ไปนอนเตียงเพื่อน ดังนั้นตนจึงต้องถูกทำโทษมากกว่าเด็กคนอื่นๆอีก 3 ครั้ง รวมแล้วตนถูกเฆี่ยนด้วยหวายที่ก้น 4 ที

เด็กชานเอ เล่าต่ออีกว่าพอครูกำธร ตีเสร็จก็ให้ทุกคนนอน ตนเองรู้สึกเจ็บปวดจะนอนหงายหรือนั่งก็ไม่ได้ ต้องนอนคว่ำหน้าร้องไห้ตลอดทั้งคืนจนเป็นไข้ กระทั่งเช้าวันเสาร์ที่15 ก.ค.ตนได้ยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรศัพท์ไปหาแม่ว่าตนเองไม่สบายอยากกลับบ้าน กระทั่งเที่ยงของวันที่ 16 แม่จึงได้ไปหาตนที่โรงเรียน

นางมณียา ผู้เป็นแม่เล่าต่อว่าเมื่อตนไปเห็นรอยไหม้เขียวช้ำที่ก้นของลูกชาย ก็รู้สึกโมโหมากและคิดว่าครูกำธร ทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า มันแรงเกินไป นางเองอยากรู้เหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร จึงโทรศัพท์ไปหาครูกำธร แต่ครูกำธรไม่รับสายแถมตัดสายทิ้งอีก นางจึงตัดสินใจพาลูกไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ไว้กับ ร.ต.อ.สนธยา ไทยประดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.สลุย หลังจากนั้นในวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สภ.สลุย ได้นัดนางและครูกำธร ไปพบ แต่ครูกำธรให้ทนายความไปแทน โดยทนายคนนั้นบอกว่าถ้าอย่างไรเสียก็ไปสู้กันในชั้นศาล ดังนั้นในวันนี้นางจึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ และยืนยันว่าจะเอาเรื่องครูกำธร ให้ถึงที่สุด ส่วนลูกชายขณะนี้นางได้ย้ายออกจากโรงเรียนดังกล่าวนำไปเรียนต่อที่โรงเรียนใกล้บ้านที่อำเภอสวีเรียบร้อยแล้ว

ด้าน น.ส.ชนัญชิดา สุดรอด เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก บ้านพักเด็กจังหวัดชุมพร กล่าวว่าหลังรับเรื่องแล้วในบ่ายวันนี้ก็จะนำตัวทั้งแม่และเด็ก ไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดชุมพรเพื่อสอบสวนตามป.วิอาญา ต่อหน้าอัยการ ตามหลักสหวิชาชีพ คือต้องมีนักสังคมสงเคราะห์ อัยการ พนักงานสอบสวน สภ.สลุย ที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อความถูกต้องชัดเจนก่อนที่จะรวบรวมสำนวนพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าวต่อไป