เช็คให้ดี เงินในบัญชียังอยู่ครบหรือไม่!!


เจ๊หวานได้รับรายงานเมื่ออวันที่ 28 ก.ค.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Jakkrapong Pirom ได้โพสต์เรื่องราวของตนเองเมื่อไปเปิดบัญชีธนาคารไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งโดยไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน ทำให้เมื่อไปเช็คบัญชีอีกครั้งกลับไม่มีเงินในบัญชีเหลืออยู่เนื่องจากถูกหักเป็นค่ารักษาบัญชี โดยผู้โพสต์ระบุว่า…

รบกวนผู้รู้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคาร ช่วยอธิบายให้ฟังทีครับ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย ผมโดนธนาคารหักเงินแบบแปลกๆ และฝากเตือนไปยังบรรดาคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยครับ เพราะคิดว่า มีคนไม่รู้เรื่องนี้เยอะ ผมเปิดบัญชีกับธนาคารสีม่วงแถวๆ บ้านแห่งหนึ่งทิ้งไว้ ตอนปี 2014 คิดว่าจะเปิด ฝากเงินใส่ไว้เฉยๆ โดยไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม และไม่คิดจะเบิกออก จึงเปิดแบบออมทรัพย์ และฝากเงินใส่ไว้ในบัญชี 1,500 บาท และจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมได้ทำสมุดบัญชีเล่มนี้หายไป โดยที่หาไม่เจอเลย ตัวผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนเวลาผ่านมาจนถึงเมื่อสองวันก่อนที่ผมได้เจอสมุดบัญชีเล่มนี้อีกครั้ง และผมก็คิดว่า จะนำมันไปปรับบัญชีเพื่อทำบัตรเอทีเอ็ม ไว้ใช้เป็นบัญชีสำรองอีกหนึ่งอัน เมื่อไปถึงธนาคาร ผมได้แจ้งความประสงค์ ขอทำบัตรเอทีเอ็ม ทางพนักงานก็ทำให้
จนมาถึงคำถามว่า “ลูกค้าจะจ่ายค่าทำบัตรเอทีเอ็มเป็นเงินสด หรือหักจากบัญชีดีคะ”ผมจำได้ว่า ในสมุด มีเงินฝากอยู่พันห้าร้อยบาท จึงบอกให้พนักงานหักจากบัญชี ดีกว่าครับ พนักงานได้ยินดังนั้นก็ดำเนินการต่อไป แต่พนักงานก็หยุดทำ และแจ้งผมว่า เรียนลูกค้า เงินในบัญชีไม่พอจ่าย ผมก็งงสิ ด้วยความที่เราดูสมุดบัญชีอยู่แล้ว ว่า มีเงินฝากในบัญชีอยู่พันห้า เลยยืนยันกับทางพนักงานว่า ผมมีเงินในบัญชีอยู่นะไม่เคยถอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่มีบัตร
แต่ทางพนักงานแจ้งว่า

ธนาคารมีกฏว่าถ้าลูกค้าไม่เดินบัญชีเป็นระยะเวลานานจะหักเงินทุกเดือน!!!! ผมเชื่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่า ฝากเงินกับธนาคาร ถ้าไม่เคลื่อนไหวบัญชี ถอนออกหรือฝากเพิ่มเลย #จะไม่ได้ดอกเบี้ย #แต่จะโดนหักเงินแทน ตัวผมโดนเดือนละ 50 บาท จากพันห้า หักผมจนเหลือ 117 บาท
เป็นไปได้ด้วยเหรอ ระบบแบบนี้ อันนี้เราไม่เข้าใจจริงๆ เพราะเราคิดมาตลอดว่า ฝากเงินไว้ในธนาคาร ถ้าไม่ถอนเลย ก็ไม่น่าจะโดนหักเงินขนาดนี้ และน่าจะได้ดอกเบี้ยด้วยซ้ำ แต่นี่กลับโดนหักเงินแทน ถ้าเรื่องนี้ไปเกิดกับคนเฒ่าคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องแบบนี้ ฝากเงินเก็บไว้เป็นสิบๆ ปีไม่ถูกหักหมดเหรอ แล้วคนไม่รู้เรื่องจะทำยังไง เราว่ามีคนแบบเราที่ไม่รู้เรื่องนี้เยอะนะ หรือว่าเฉพาะกรณี หรือว่าโดนเฉพาะเรา วอนผู้รู้ ช่วยทีนะครับ

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังว่าด้วยเรื่องค่ารักษาบัญชีเงินฝาก ที่หลายๆ คนอาจยังไม่รู้ว่าการเปิดบัญชีเงินฝาก ของธนาคารต่างๆนั้น หากไม่มีความเคลื่อนไหวในบัญชีตามเงื่อนไขที่แต่ละธนาคารตกลงไว้ เงินในบัญชีจะถูกหักออกไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บรักษาบัญชี จนกว่าเงินในบัญชีจะหมด หรือจนกว่าท่านได้ติดต่อธนาคาร โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เรียกค่านี้ว่า ค่ารักษาบัญชีเงินฝาก กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่าระยะเวลาและยอดคงเหลือต่ำกว่าที่กำหนด

ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขต่างกันออกไป
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
1.หากไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปีขึ้นไป และยอดเงินคงเหลือในบัญชีต่ำกว่า 2,000 บาท ธนาคารจะจัดส่งจดหมายแจ้งการเรียกเก็บค่ารักษาบัญชีเดือนละ 50 บาท
2.เมื่อตัดยอดเงินสุดท้ายเหลือ 0 บาทก็จะดำเนินการปิดบัญชี

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บัญชีออมทรัพย์ 50 บาท ต่อ เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวครบ 12 เดือน และมียอดคงเหลือต่ำกว่าหรือเท่ากับ 2,000 บาท

ธนาคารออมสิน (GSB) ค่ารักษาบัญชีเงินฝากออมสินประเภทเผื่อเรียกที่ผู้ฝากไม่มาติดต่อฝาก หรือถอนภายในระยะเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่มีรายการติดต่อกับธนาคารออมสินครั้งสุดท้าย และมีจำนวนเงินคงเหลือต่ำกว่า 500 บาท

ธนาคารกรุงไทย (KTB) 50 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน และมียอดคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) 50 บาท ต่อเดือน สำหรับบัญชีที่มียอดคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

ธนาคารกรุงศรีอยุทยา (BAY) 50 บาท/เดือน มียอดคงเหลือในบัญชีไม่เกิน 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 12 เดือน

ธนาคารซิตี้แบงค์ (CITI)
1. 300 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 6 เดือน และมียอดคงเหลือต่ำกว่า 200,000 บาท สำหรับลูกค้าซิตี้แบงก์กิ้ง
2. และ 300 บาท/เดือน กรณีบัญชีเคลื่อนไหวแต่มียอดคงเหลือต่ำกว่า 200,000 บาท สำหรับลูกค้าซิตี้แบงก์กิ้ง

ธนาคารทหารไทย (มหาชน) (TMB) 50บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า12เดือน และมียอดคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท

ธนาคารธนชาติ (NBANK) ยอดเงินคงเหลือในบัญชีต่ำกว่า 2,000 บาทและไม่มีการเดินบัญชี เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 12 เดือน ธนาคารจะคิดค่ารักษาบัญชี 50 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่ 13 เป็นต้นไป

ธนาคารยูโอบี (UOB) 100 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน และมียอดคงเหลือต่ำกว่า 5,000 บาท

ธนาคารดอยซ์แบงก์ 1,000 บาท / 12 เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน ทั้งนี้ทั้งนั้นบัญชีธนาคารมีหลายประเภท ที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันไป ซึ่งในบทความนี้ได้ยกตัวอย่างบัญชีทั่วไปที่ทุกคนได้ใช้อยู่ เพราะฉะนั้นแล้วเราควรปรับสมุดบัญชีธนาคาร อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะได้ไม่โดนหัก เงินเพราะแต่ละปีเราจะได้ดอกเบี้ยอยู่แล้ว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมให้โทรสอบถามหรือติดต่อสาขาธนาคารใกล้บ้านคุณ หมายเหตุ ตัวเลขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตัวเลข อัพเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560