เขาสั่งเพียง “ข้าวเปล่า” เจ้าของร้านใจดีเลยแอบใส่กับให้ทุกวัน คิดไม่ถึงว่าวันที่ร้านกำลังแย่เขาจะกลับมาช่วย!!!

เจ้ไอซ์บอกเลยว่าเมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของชายคนหนึ่งโดยมีเรื่องราวมีอยู่ว่า.. มีนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านก่อนสั่งเพียง “ข้าวเปล่า 1 จาน” ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้กับสามีภรรยาเจ้าของร้านอย่างมาก
แต่ทั้งคู่ก็ได้แต่มองหน้ากันก่อนจะตักข้าวให้นักศึกษาหนุ่มคนนั้นอย่างเต็มจาน ก่อนนักศึกษาจะเอ่ยปากขอให้เจ้าของร้าน “ช่วยราดน้ำแกงบนข้าวให้หน่อยได้ไหมครับ” ซึ่งทั้งคู่ก็ยินดีอย่างมาก

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)
หลังจากที่นักศึกษาหนุ่มทานไปได้ซักพักก็สั่ง “ข้าวเปล่า” เพิ่มอีก เจ้าของร้านนึกว่านักศึกษาหนุ่มทานไม่อิ่มเลยเรียกให้มาเติม นักศึกษาหนุ่มบอก “เปล่าครับ ผมจะห่อไปทานมื้อกลางวันพรุ่งนี้น่ะครับ” เจ้าของร้านกับภรรยาแอบคุยกันเลยเดากันว่านักศึกษาหนุ่มคนนี้ฐานะทางบ้านน่าจะไม่ค่อยดี สามีสงสารเลยแอบเอาอาหารพวกหมูทอด, ผัดผัก, พะโล้แอบใส่เข้าไปในกล่องโดยเอาข้าวโปะไว้ด้านบนจนพูน ภรรยาเห็นแบบนั้นก็สงสัยว่าทำไมสามีถึงต้องเอากับข้าวซ่อนข้างล่างด้วยในเมื่ออยากช่วยเขา สามีก็ได้บอกกับภรรยาว่า “ถ้าเราทำแบบนั้นเด็กมันอาจจะรู้สึกเหมือนตัวเองเสียศักดิ์ศรีก็ได้นะ.. แล้วมันจะทำให้เด็กมันไม่กล้ามากินที่ร้านอีก สงสารจริง ๆ กินแต่ข้าวเปล่า ๆ มันจะไปมีแรงเรียนได้ไงกัน!” ภรรยาได้ยินแบบนั้นก็อดประทับใจสามีไม่ได้ นอกจากคิดจะช่วยเด็กหนุ่มนักศึกษาแล้วก็ยังคิดถึงจิตใจเด็กมันอีก!


(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)
การช่วยเหลือของทั้งคู่ทำเอาหนุ่มนักศึกษาซึ้งใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เย็นวันต่อ ๆ มาเด็กหนุ่มก็มาทานข้าวที่ร้านนี้ทุกวัน โดยสั่งเหมือนเดิม “ข้าวเปล่า 1 จาน กับข้าวเปล่า 1 กล่อง” แบบนี้ทุกครั้ง และแน่นอนว่ากล่องที่สั่งกลับบ้านมีเมนูต่าง ๆ ไม่ซ้ำกันซักวัน นักศึกษาหนุ่มทำแบบนี้อยู่หลายปีจนกระทั่งเรียนจบ เวลาผ่านไปหลายสิบปีเขาก็ไม่เคยกลับมาที่ร้านอีกเลย

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)
จนกระทั่งเจ้าของร้านได้รับจดหมายขอเรียกคืนที่ดิน 2 สามีภรรยาเครียดหนักเพราะมันค่อนข้างจะกะทันหัน หากโดนเรียกคืนที่ดินนั่นแปลว่าทั้งคู่จะต้องตกงาน ไม่มีพื้นที่ในการทำมาหากิน แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีหัวหน้าจากบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งมาที่ร้านของทั้งคู่
หัวหน้าบอกกับ 2 สามีภรรยาว่าบริษัทของเรามีความต้องการที่จะให้ร้านของคุณลุงคุณป้าไปเปิดที่บริษัท เพราะ “เจ้านายของเราชอบทานอาหารร้านคุณลุงคุณป้ามากครับ” และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าเช่าหรือเรื่องอุปกรณ์ เพราะค่าที่นั้นฟรีและอุปกรณ์พวกเราก็หาไว้ให้ครบเรียบร้อย ขอเพียงแค่ให้คุณลุงคุณป้าเข้าไปดูแลเรื่องอาหารก็เพียงพอแล้ว 2 สามีภรรยาได้ยินแบบนั้นก็ตกใจรีบถามไปว่า “เจ้านายพวกคุณเป็นใคร ทำไมถึงดีกับพวกเรานัก..” หัวหน้าคนนั้นรีบตอบกลับว่า “เขาคือคนที่คิดถึงอาหารฝีมือคุณลุงคุณป้ามาตลอดหลายสิบปีครับ!”

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)
หลังจากเรียนจบนักศึกษาหนุ่มคนนั้นตั้งใจและพยายามจนมีบริษัทใหญ่โต และเขาไม่เคยลืมว่ากว่าตัวเองจะมีวันนี้ได้ก็เพราะได้รับการช่วยเหลือจาก 2 สามีภรรยาร้านอาหารเล็ก ๆ ถ้าไม่มีท่านทั้ง 2 แน่นอนว่าเขาคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้.. หลังจากพูดเสร็จหัวหน้าก็ก้มโค้งแสดงความเคารพและนับถือแก่ 2 สามีภรรยาร้านอาหาร ก่อนจะบอกลา “โชคดีนะครับ เจอกันพรุ่งนี้”
การช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองมากมายมหาศาล การหยิบยื่นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถสร้างพลังอันยิ่งใหญ่และรับรู้ได้เช่นกัน เช่นเดียวกับการกระทำของเจ้าของร้านเขาไม่เพียงแต่ช่วยเหลือ แต่เขากลับคิดถึงและเคารพความรู้สึกของคนที่จะช่วยอีกด้วย