เจ้าของร้านอาหาร แบ่งปันอาหารให้ เด็กหนุ่ม “กินฟรี” ตั้งแต่เรียนจนกระทั่งจบ!! ผ่านไป 20 ปี..สุดท้าย นี่คือสิ่งที่คุณลุงได้รับ!!??

เป็นเรื่องเล่าที่สอนใจได้อย่างดีในเรื่องของการทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งเราไม่หวังซึ่งผลตอบแทนจากใจจริงมากเท่าไร ความดีที่เราทำเอาไว้ ก็มักจะกลับมาถึงตัวเราเสมอ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง…ดังเรื่องเล่า ดังต่อไปนี้…..
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีเด็กหนุ่มลักษณะเป็นนักศึกษากำลังยืนลังเลอยู่หน้าร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง เมื่อลูกค้าเริ่มออกจากร้านแล้วเขาจึงเดินเข้ามาด้วยอาการเขินอายและพูดว่า “ขอข้าวเปล่าถ้วยหนึ่ง ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับก้มหน้า

เมื่อเจ้าของร้านเห็นเด็กหนุ่มไม่เอากับข้าวก็รู้สึกสงสารแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขารีบตักข้าวพูนถ้วยส่งให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น เด็กหนุ่มจ่ายเงินพร้อมพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ผมขอน้ำแกงราดบนข้าวสักหน่อยได้ไหมครับ”
“ตามสบายเลยค่ะ ไม่คิดตังค์” เจ้าของร้านพูด
เมื่อเขากินไปได้ครึ่งถ้วยก็สั่งอีกถ้วยหนึ่ง “ไม่อิ่มใช่ไหม ถ้วยนี้เดี๋ยวผมตักให้คุณมากหน่อย”
“ไม่ใช่ครับ ผมจะเอาใส่กล่อง พรุ่งนี้ผมจะเอาไปกินที่มหาลัยครับ”
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินดังนั้นจึงรู้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้คงมาจากต่างจังหวัด ฐานะที่บ้านคงไม่สู้ดีนัก เขาคงมาเรียนที่นี่คนเดียว ดูก็รู้ว่าเด็กคนนร้คงจะลำบากไม่น้อย เขาจึงตักโร่วจ้าว (เนื้อเคี่ยวซอสสำหรับราดบนข้าว)

ใส่ไว้ที่ชั้นล่างสุดของข้าว จากนั้นก้เอาไข่ตุ๋นใสไปหนึ่งฟอง จากนั้นจึงตักข้าวอัดไปเต็มกล่องมองดูแล้วเหมือยมไม่มีอะไรอยู่ในกล่องนอกเสียจากข้าวเปล่า
เมื่อภรรยาของเขาเห็นดังนั้นก้ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ราดโร่วจ้าวไว้บนข้าว จะใส่ไว้ใต้ข้าวทำไม เขาจึงกระซิบบอกภรรยาว่า “เด็กผู้ชายมันรักศักดิ์ศรี หากเขาเห็นว่ามีโร่วจ้าวเขาอาจคิดว่าเราทำทานแก่เขา หากเป็นอย่างงนี้
คราวหน้าเขาจะไม่กล้ามาอีก ถ้าเขาไปกินร้านอื่นก็ได้แต่ข้าวเปล่า แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเรียนหนังสือ”
เวลาผ่านมา 20 ปี จู่ๆได้มีจดหมายมาบอกว่าจะทำการเวนคืนที่ดิน และร้านบุฟเฟ่ต์แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น สองสามีภรรยาคู่นี้อายุใกล้จะ 50 แล้ว เมื่อรู้ข่าวนี้ก็เกิดกลุ้มใจ ไม่รู้จะเอาอะไรทำมาหากิน
ต่อมาเช้าวันหนึ่ง มีชายแต่งกายภูมิฐานเข้ามาหาสองสามีภรรยา
“สวัสดีครับคุณทั้งสอง ผมเป็นรองผู้จัดการบริษัท ผู้จัดการใหญ่ของเราต้องการให้คุณเข้าไปทำร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ในบริษัทของเราที่กำลังจะทำการเปิดใหม่เร็วๆนี้
เรื่องค่าใช้จ่ายทางเราจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ขอเพียงคุณจัดหากุ๊กปรุงอาหารและบริหารงานก็พอ ส่วนกำไรแบ่งครึ่งกับบริษัทของเรา”
“ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเป็นใครกัน ทำไมเขาถึงดีกับเราอย่างนี้ ” สองสามีภรรยาต่างทำหน้างง
“คุณทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณของผู้จัดการใหญ่ของเรา ท่านบอกว่าท่านชอบกินไข่ตุ๋นและโร่วจ้าวของร้านคุณมาก รายละเอียดผมทราบเพียงเท่านี้ ที่เหลือคุณคงจะทราบได้เองเมื่อได้เจอกับผู้จัดการใหญ่ของเรา”