ชีวิตใครใครก็รัก!!! นายตำรวจใหญ่ฉะแหลก! หลังตร.ชายแดนใต้ถูกจับข้อหาพกอาวุธสงคราม ย้อมถามกลับ…ยึดปืนไว้แล้วจะให้ใช้อะไรสู้โจร???

จากกรณีที่ฝ่ายปกครองและอาสาจ.พัทลุง ตั้งด่านและเรียกตรวจค้นรถกระบะของส.ต.ต. รณชาติ ยงกิตติเกษม อายุ 28 ปี ชาวจ.ตรัง ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อนจะจับกุมพร้อมของกลาง ปืนเอ็ม 16 และปืนสั้น 9 มม. โดยแจ้งข้อหาขัดคำสั่งคสช. รวมทั้งครอบครองปืนและพกพา แม้ว่าส.ต.ต. จะให้ข้อมูลว่าเป็นปืนราชการต้องพกติดตัวไว้ และกำลังขับรถกลับไปทำงานที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เท่านั้น จนกลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยคนส่วนใหญ่เห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับกุม ในฐานะที่เป็นตำรวจในพื้นที่อันตราย ที่จำเป็นต้องพกพาอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัว

สำหรับผู้ที่ถูกจับคือ ส.ต.ต.รณชาติ ยงกิตติเกษม อายุ 28 ปี ตำแหน่งผบ.หมู่งานป้องกัน สภ.ยะหา จ.ยะลา ซึ่งขับรถเก๋งวีออส ผ่านด่านตรวจท่ามิหรำ ซึ่งเป็นจุดตรวจของฝ่ายปกครอง และถูกเรียกให้หยุดตรวจ จากการตรวจค้นพบว่ามีปืนเอ็ม 16 รุ่นเอ็ม 4 เป็นของราชการ ทะเบียน เอ 0255218 กระสุดขนาด 5.56 จำนวน 26 นัด ซองกระสุน 1 ซอง ปืนพกสั้นยี่ห้อกล็อก ทะเบียน 573016 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุน 15 นัด
ล่าสุดได้มีตำรวจระดับสูงที่อ้างว่าเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของส.ต.ต. รณชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Suriya Pankerd”หรือร.ต.อ.สุริยา แป้นเกิด สาวรัตร(สอบสวน) สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยราชการที่ สภ.ยะหา จ.ยะลา ระบุข้อความเชิงกล่าวหาการทำงานของฝ่ายปกครองและอาสา .พัทลุง ที่ไม่เห็นอกเห็นใจตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะต้องระมัดระวังตัว มีปืนของทางราชการไว้ในรถเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากการเดินทางล้วนเป็นเส้นทางเสี่ยงอันตราย และยังเคยถูกโจมตีมาแล้ว อีกทั้งได้มีการบอกว่าอาวุธปืนทางราชการให้พกในสามจังหวัดได้เท่านั้น จะให้พวกตนฝากปืนไว้ที่ปั๊มน้ำมันหรืออย่างไร ซึ่งลูกน้องของตนก็ได้อธิบายให้ฟังแล้วว่า กำลังออกไปสืบสวนหาข่าวพวกก่อการร้าย ก็ไม่ยอมฟัง ต่อไปนี้ลูกน้องของตนก็เหลือเพียงแค่สองมือเปล่าที่จะไปจับโจร

“เป็นตำรวจ ปืนกับพระ อย่าห่างกาย ท่านขุนพันธ์ กล่าวไว้ คุณเป็นถึงปลัดระดับจังหวัด ตั้งโครงการสวยหรู ปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อาวุธปืนสงคราม ระดมกำลังกวาดล้าง อลังการ ตั้งด่าน ถ้าใช้กำลังขนาดนั้นตั้งด่าน โจรคงเดินมาให้จับง่ายๆ หรอกนะ ผลก็คือ ปืนแก็ปสักกระบอก ยังจับไม่ได้ ยาบ้าสักเม็ด ก็จับไม่ได้ จับปืนโจรไม่ได้ ตำรวจลูกน้องผมขับรถผ่านมา จะเดินทางมาสามจังหวัดชายแดนใต้ เห็นปืนของทางราชการ เอ็มโฟร์ อยู่ในรถ คงอารามดีใจ จับปืนโจร ไม่ได้ จับปืนตำรวจก็ยังดี ตัดสินใจจับปืนตำรวจ บอกว่าพกพาเป็นอาวุธสงคราม

ถ้าลูกน้องผม เกเร พกปืนไปอาละวาด ไปค้ายา ไปก่อเหตุใด จะไม่ว่าสักคำ แล้วพวกคุณรู้ไหม เส้นทางเสี่ยงกว่า จะเดินทางมาถึงโรงพักผม ต้องผ่านอะไรบ้าง จากอ.จะนะ เข้ามา ผ่านด่านหม้อแกง ที่เคยโดยคาร์บอมบ์ผ่านหนองจิก ทุ่งยางแดง โคกโพธิ์ นาประดู่ ลำใหม่ ล้วนเส้นทางอันตราย ที่เคยโจมตีบนเส้นทางโดยเฉพาะมาถึง บ้านเนียง ลูกน้องผมเกือบตาย ๓ ศพ จากการวางระเบิดรถยนต์ พวกคุณเห็นใจ ในความเสี่ยงอันตราย ตำรวจสามจังหวัดชายแดนพวกผมบ้างไหมแล้วมันยิ่งเจ็บปวด เมื่อพวกคุณบอกว่า อาวุธปืนทางราชการ ให้พก ในสามจังหวัดได้เท่านั้น แล้วเมื่อพวกผม พกปืนออกเดินทาง หรือออกทำงานสืบสวนหาข่าว นอกเส้นทางสามจังหวัด จะให้ผมฝากปืนยาวของทางราชการไว้ที่ปั้มน้ำมัน หรือไงครับ ลูกน้อง อธิบาย ให้ฟัง เข้าในพื้นที่เสี่ยงในเวลากลางคืน ก็ไม่ฟัง อีกทั้งออกสืบสวนหาข่าวพวกก่อการร้าย ที่อาจหลบหนี ไปอยู่กับเครือญาติ ที่ชุมชนมุสลิม ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ใกล้เคียง ก็ไม่ฟัง
ขนาดระดับรองผบก. ฯ มาอธิบายข้อกฎหมายให้ฟัง ว่า มันปฏิบัติหน้าที่ เขาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย มีเหตุอันควรที่จะพกปืน พวกคุณก็ไม่ฟัง…
พวกคุณจะจับอย่างเดียว ………..

จับปืนทางราชการ ได้ประโยชน์อันใดแก่สังคม คุณคงจะไปรายงานผลการตั้งด่านทั้งคืน จับกุมอาวุธปืนสงครามได้ ๑ กระบอก
พวกคุณไม่ละอายแก่ใจกันบ้างหรือครับ ที่ทำงานกันแบบนี้ พวกคุณรู้ไหม ลูกน้องผมเจ็บปวดขนาดไหน เป็นตำรวจแค่ ๒ ปี ประวัติไม่เคยด่างพร้อย
ร่วมกันเสี่ยงตาย จับโจรก่อการร้าย จับพวกยาเสพติด จับคดีอาญาอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ คน ต่อไปนี้ ปืนพกส่วนตัว พวกท่านก็ยึดไป ปืนทางราชการพวกท่านก็ยึดไป

ลูกน้องผมเหลือแต่สองมือเปล่า ที่จะไปจับโจร….. มันเจ็บปวดครับ ที่บ้านเมือง มีคนระดับนักปกครอง ทำงานได้แบบนี้ มีวิสัยทัศน์ได้แค่นี้ หวังแค่มีผลงานตั้งด่าน แล้ว จับได้ โดยไม่คิดถึงข้อกฎหมาย ผลกระทบ ขวัญกำลังใจของคนทำงานพื้นที่เสี่ยง แชร์ได้ครับไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นการระบุตัวบุคคล เป็นการติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยความสุจริตใจ เพื่อให้ทำงานให้ดีขึ้น ตามวิสัยของประชาชน ที่จะกระทำได้”