น้ำตายายเฒ่า!! สุดเวทนายายวัย 81 ปี ต้องดิ้นรนขายข้าวเหนียวปิ้งเลี้ยงสามี เล่าทั้งน้ำตา ถูกลูก 5 คนทิ้ง วอนผู้ใจบุญเมตตาช่วยเหลือ!

หนึ่งคำพูดที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ก็คือ…ไม่มี “พ่อ-แม่” คนไหนหรอก!! ที่จะไม่รักลูกของตัวเอง แม้ลูกๆ จะกี่คนก็ตาม พ่อกับแม่ก็เลี้ยงดูให้เติบใหญ่ได้ เพราะนั่นแหละมันคือ “ความรัก” สุดแสนจะยิ่งใหญ่ที่มอบให้ลูกๆ โดยไม่หวังผลตอบแทนอะไรเลยทั้งนั้น

แต่ในวันนี้ “2 ตายาย” คนสู้ชีวิต…กลับต้องอยู่เพียงลำพัง ไร้การเหลียวแลปราศจากลูกๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้สองมือประคบประหงมสองเท้าเล็กๆ ของลูก 5 คน โดยสามีภรรยาคู่นี้ แม้จะเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่า ยามแก่ชราวัยที่กำลังใกล้ฝั่งก็คงจะมีลูกๆ คอยดูแลไปจนหมดลมหายใจ แต่เปล่าเลย เพราะนี่คือชีวิตจริง “ทุกคนต่างดิ้นรน” กันทั้งนั้น
“จะอาศัยพึ่งลูกยามแก่ก็เป็นได้…แค่ฝัน” นี่คือน้ำเสียงเนิบๆ ของ “คุณยายไพฑูรย์ พรสวัสดิ์” วัย 81 ปี ที่มีอาชีพขาย “ข้าวเหนียวปิ้ง” เลี้ยงชีพตัวเองและสามีวัย 83 ปี ที่หูไม่ค่อยจะได้ยิน ดวงตาก็พร่ามัว และมีโรครุมหลายอย่าง “วันไหนยายไม่สบายก็ต้องทน ถ้าไม่ออกไปขายจะเอาเงินที่ไหนมาดูแลตา จะอาศัยพึ่งลูกยามแก่ก็ไม่ได้”

ทว่า…หากใครแวะเวียนไปที่ตรอกข้าวสาร ย่านถนนราชดำเนิน จะสังเกตุเห็นหญิงชราคนนี้ กำลังเข็นรถ “ขายข้าวเหนียวปิ้ง” ภาพชินตาของคนละแวกนั้น เพราะเป็นเรื่องปกติของสายตาผู้คนทั่วไป แต่หากได้ล่วงรู้เส้นทางชีวิตของหญิงชราคนนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “ความรันทด-ความแสนหดหู่” มันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมากมาย มากกว่าที่สายตาเราจะมองเห็นจนเป็นเรื่องเคยชินด้วยซ้ำไป
ห้องเช่าเล็กๆ ริมทางรถไฟฟ้าย่านบางขุนนนท์ เป็นที่พักอาศัยของสามีภรรยาคู่นี้ คุณยายได้เล่าให้ฟังว่า…มีลูกกับสามีด้วยกัน 5 คน แต่เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน ส่วนอีก 3 คนไม่เคยมีใครมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว จึงมีเพียงตากับยายที่อยู่กัน 2 คน จะทุกข์แค่ไหนหรือสุขเพียงใด ก็ดูแลกันและกันภายในห้องเช่าเล็กๆ แห่งนี้อย่างไม่ห่าง
“ยายหวังว่าเขาจะเลี้ยงดูเรายามแก่ชรา แต่ยายก็เลยต้องช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ก็ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ไหน ยายคิดถึงลูกนะ อยากให้กลับมาหาบ้าง คนเป็นแม่ก็ฝันถึง คิดถึงทุกวัน แต่คงเป็นได้แค่ความฝัน คิดว่าทำไมเขาไม่สงสารเราเหมือนกับที่เราเลี้ยงเขามา โตแล้วโตเลยจริงๆ ตอนนี้มีเพียงตานี่แหละ ที่อยู่เป็นเพื่อนคู่ชีวิตยายไปจนตาย”

เมื่อถามหากำไรจากการขาย “ข้าวเหนียวปิ้ง” ตกวันละ 200 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มันคือกำไรที่มากสุดแล้ว แต่กว่าจะได้ออกไปขายของแต่ละวัน หญิงชราวัย 81 ปีคนนี้จะต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เดินไปตลาดเพื่อหาซื้อข้าวเหนียว และวัถุดิบต่างๆ กว่าจะห่อเสร็จก็กินเวลาไปถึง 10 โมง และกว่าจะกลับก็ดึกเป็นภาระกิจเช่นนี้ทุกๆ วัน
แต่ถ้าวันไหนไม่สบาย…หญิงชราคนนี้ก็ต้องทน เพราะถ้าไม่ออกไปขาย “ก็จะไม่มีเงินซื้อข้าว ซื้อยาให้กับตา” แต่ถ้าสามีไม่สบายหนัก ก็จะต้องหยุดขายขาดรายได้ เพื่อพาสามีไปหาหมอ เพราะแม้มันจะหนัก จะเหนื่อยแค่ไหน แต่ชีวิตยายเฒ่ามันต้องสู้เพื่อความอยู่รอด!
“ตาก็จะช่วยเช็ดใบตอง หยิบจับเล็กๆ น้อยๆ หูก็ตึง มองไม่เห็น ไขมันอุตันเป็นโรคเบาหวาน ยายก็พยายามจะไม่ป่วย ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครหาเลี้ยงตา ส่วนห้องเช่านี้อีกไม่กี่ปีเขาก็จะไล่ที่ ยายก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปอยู่ที่ไหน แต่ยายก็ไม่ท้อ เพราะชีวิตคนเราเกิดมาต้องสู้ ไม่ดิ้นรนใครจะหาให้เรา ถ้าไม่ทำก็ขอทาน ยายก็คงจะไม่ทำ”
ปัจจุบันหญิงชราคนนี้ ต้องเจียดเงินไว้จ่ายค่าเช่าห้องพัก เดือนละ 1,000 บาท อีกส่วนก็ต้องเก็บไว้ชื้อยารักษาตัวเอง เพราะมีโรคประจำตัวทั้งความดัน และโรคหัวใจ ส่วนหนึ่งก็ได้รับมาจาก “เบี้ยผู้สูงอายุ” รวมกัน 2 คนก็จะนำมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าบ้าน ซึ่งมันก็หมดไม่มีเหลือแล้ว

นี่คงเป็น “อุปสรรคชีวิต” ที่ยายเฒ่ากับตาเฒ่า ต้องจับมือกันข้ามผ่านไปให้ได้ แต่ด้วยวัยชรามากแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า…มรสุมแต่ละลูกที่ซัดเข้ามา จะเป็นภูมิคุ้มกันทำให้แกร่งขึ้นได้หรือไม่?
แม้ชีวิตจริงบางเรื่องราว ถูกถ่ายทอดผ่านความน่าสงสารและความหดหู่ แต่เรื่องราวการสู้ชีวิตของหญิงชราคนนี้ก็ทำให้สอนใครได้อีกหลายคนว่าคนที่ท้อแท้ในชีวิต ใครที่ตกอยู่ในสภาพเหมือนหญิงชราคนนี้ อาจจะมีกำลังใจที่จะต่อสู้อยู่บนโลกใบนี้อย่างไม่เดียวดายก็ได้.