สาธารณสุขเต้น!!!สอบด่วน“ดช.”ปวดท้องถูกปล่อยรอจนช็อกตาย หากพบบกพร่องเจอฟันวินัยทั้ง“จนท.-โรงพยาบาล”สั่งเยียวยาครอบครัว???

เจ้หมูบอกเลยว่าจากกรณีได้มีสมาชิก Facebook ใช้ชื่อว่า @Nu-sajee Kornrawee ได้แชร์และโพสต์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ระบุว่า *บันทึกความทรงจำ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น*…. น้องปวดท้องมาก มากจนต้องส่งตัวฉุกเฉินจาก รพ.ชะอำ ส่งตัวไป รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เช้าของวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เมื่อไปถึง พยาบาลกลับบอกให้เด็กชายคนนี้รอก่อน แต่อาการของน้องปวดท้องทรมานมาก จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ อีกทั้งหน้าตามีอาการบวมขึ้นจากเดิม จนเกิดอาการช็อก และล้มลงไป จากนั้นทางโรงพยาบาล ได้นำตัวไปรักษาด้วยการทำ CPR จนรู้สึกตัว จึงได้เข้าตรวจอาการป่วย พร้อมเข้าเอ็กซเรย์ร่างกาย เข้าฉีดสี เข้าเครื่องคอม โดยทางแพทย์ผู้รักษาเปิดเผยอาการว่าเด็กชายคนนี้ ป่วยเป็นเส้นเลือดใหญ่ในกระเพราะแตก ซึ่งหลังจากนั้นต่อมา เด็กชายรายดังกล่าว มีอาการน็อคอีก 1 ครั้ง และแพทย์ได้ทำการปั้มหัวใจ แต่ครั้งนี้ น้องไม่กลับมาแล้ว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ได้สัมภาษณ์ นายแพทย์สาธิต รัตนศรีทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชบุรี กล่าวว่า สำหรับกรณีน้องที่เขารักษากับทางโรงพยาบาลเนื่องจากปวดท้องและเสียชีวิต ในส่วนที่ระบุว่าทางโรงพยาบาลให้รอนั้น ทางโรงพยาบาลขอยืนยันว่าทีมแพทย์ได้ทำการรักษาและทำตามขั้นตอนทุกประการ โดยในขณะที่น้องรักษาอาการในห้องฉุกเฉินมีทีมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลตลอดเวลา

“สำหรับในกรณีที่มีผู้โพสต์เข้าใจและเขียนถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นเพราะ “เส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะแตก” โดยข้อเท็จจริงต้องอธิบายว่า กรณีนี้ทางทีมแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาผู้ป่วย พบว่าแท้จริงแล้วสาเหตุที่น้องเสียชีวิตเป็นเพราะ “เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก” โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อน้องมาถึงโรงพยาบาล ทางทีมแพทย์รพ.พระจอมเกล้าได้ส่งผู้ป่วยเข้าห้องตรวจและทำการเอ็กซเรย์ช่วงท้องทันที และมีการส่งผลตรวจไปให้ทางทีมแพทย์เพื่อทำการรักษา แต่ในระหว่างนั้นน้องเกิดอาการแทรกซ้อนเป็นลม ทางคณะแพทย์พยาบาลจึงได้นำตัวส่งเข้าแผนกฉุกเฉิน พร้อมให้การรักษาและสอบอาการทันทีทำให้รู้ว่า เป็นผลจาก “เส้นเลือดใหญ่ในหน้าอกแตก” ซึ่งเป็นอาการที่มีความจำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทาง และมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความพร้อมมากกว่า ทางคณะแพทย์ของโรงพยาบาลจึงตัดสินใจเตรียมทำเรื่องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นเพื่อทำรักษาอาการต่อ แต่ปรากฏว่าเพียง 3 นาทีต่อมาระหว่างนั้นน้องได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันภายในห้องฉุกเฉิน รวมระยะเวลาการรักษาทั้งหมดที่รพ.พระจอมเกล้าเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลได้ทำการพูดคุยกับทางญาติของน้องที่พาน้องเข้ารักษาแล้ว ญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต และไม่ได้ให้ทางโรงพยาบาลผ่าพิสูจน์ศพแต่อย่างใด ทั้งนี้ในส่วนของรายละเอียดการรักษาทั้งหมด โรงพยาบาลได้แจ้งแก่ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและสาธารณะชนต่อไป”

ขณะที่นายแพทย์ โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ออกมาเปิดเผยกรณีดังกล่าวเช่นกันว่า ได้เร่งตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งหากพบความบกพร่องของเจ้าหน้าที่พยาบาลและโรงพยาบาล ที่ปล่อยปละละเลย จนเป็นเหตุให้เด็กชายรายนี้เสียชีวิต จะต้องดำเนินการตามระบบระเบียบวินัย ขณะเดียวกันจะให้การช่วยเหลือเยียวยา ตามมาตรา 41 ซึ่งเป็นกฎหมายเพื่อให้การดูแลผู้ให้บริการในหน่วยบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาช่วยเหลือครอบครัว