ช็อคซ้ำ!?!…คำแถลง รพ. “น้องนิว” ซวยสุด แพทย์ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย รู้กันด้วยโรคนี้โคตรน่ากลัว มีโอกาสป่วย 5 ใน 1,000,000 คน (รายละเอียด)

ไม่มีใครที่อยากเจ็บป่วย และที่พึ่งเมื่อยามเจ็บป่วยนั่นก็คือ โรงพยาบาล จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจทางโลกออนไลน์ เป็นเรื่องราวที่เรียกได้ว่า เมื่อได้เห็นภาพแล้วรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมากทางผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Nu-sajee Kornrawee ได้โพสต์ภาพเด็กชายที่รอรับการรักษาจากบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า

” ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ 1 ชีวิต ต้องเสียไป กับคำว่า “รอ” *บันทึกความทรงจำ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น*…. น้องปวดท้องมาก มากจนต้องส่งตัวฉุกเฉินจาก ไปอีก รพ. ตั้งแต่เช้า ไปถึง พยาบาลบอกให้ *รอ* รอ รอ รอ รอ ทั้งๆ ที่น้อง ปวดมาก จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ปวดทรมานมาก อีกทั้ง หน้าก็บวมจากเดิมมากๆ ก้อยังบอก รอ รอ รอ รอ รอ นานมากๆ จนน้องช๊อค ล้มลงไป ช็อค น๊อค แล้วทำ CPR จนรู้สึกตัว ถึงได้เข้าตรวจ เข้าเอ็กซเรย์ ได้เข้าฉีดสี เข้าเครื่องคอม จนรู้ว่า เส้นเลือดใหญ่ในกระเพราะแตก …. แล้วออกมา ได้ภาพถ่าย 2 นิ้ว เป็นรูปสุดท้าย หลังจากนั้น น็อค อีก 1 ครั้ง และได้ปั้มหัวใจ แต่ครั้งนี้ น้องไม่กลับมาแล้ว ….. เพราะคำว่า “รอ” คำเดียวเท่านั้น…… ลองนึกดูนะ ถ้าน้องได้ตรวจได้เช็คตั้งแต่น้องมาถึง รพ. ก็อาจจะช่วยชีวิตน้องไว้ได้ …. *** ขอฝากถึง หมอ พยาบาล และ โรงพยาบาล…. คุณเห็นอาการน้องแบบนี้แล้ว คุณน่าจะเห็นถึงความผิดปกติแล้วนะ อย่าคิดว่าน้องยังเด็ก น้องเป็นเด็ก อาจจะปวดไปเอง อดทนไม่ไหว…. ปวดท้องธรรมดารึป่าว ที่น้องปวด น้องทรมานมากจริงๆ และส่งตัวไปแบบฉุกเฉิน แต่ทำไมถึงยังต้องรอ …. ขอไว้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับใครหลายๆคนด้วยค่ะ อย่าให้ใครต้องมาเสียชีวิต กับคำว่า “รอ”

ซึ่งล่าสุด มีรายงานว่า เด็กชายคนดังกล่าวได้มาเข้ารับการรักษาที่ ร.พ. เวลาประมาณ 13.30 น. และเสียชีวิตลงในเวลา 16.30 น. ในระหว่างรอรับการรักษาเด็กชายได้เป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำเกลือ และทำการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กชายไว้ได้ และเมื่อผลเอกซเรย์ออกมาแพทย์จึงทราบว่าเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก

โดยผลการวินิจฉัยการเสียชีวิตในครั้งนี้คือ เด็กชายเสียชีวิตจากเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ซึ่งโรคดังกล่าว เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก และเป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้มีเพียง 5 ใน 1 ล้านคนเท่านั้น และทางโรงพยาบาลได้แจ้งให้ญาติได้ทราบถึงสาเหตุจากการเสียชีวิตแล้วทางญาติไม่ได้ติดใจอะไร

จากเหตุการณ์นี้ เรามาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ หากเจอเหตุการณ์หรือผู้ที่มีอาการในลักษณะนี้จะได้ช่วยในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและทันการ

โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
“ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง” หรือ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง สำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง แนวทางการรักษาที่ให้ผลที่ดีที่สุด คือการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาก่อนที่จะมีอาการโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เพราะให้ผลการรักษาที่ดีกว่ากรณีฉุกเฉินถึงสิบเท่า

ความสำคัญ ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดแดง และโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ซึ่งคล้ายกับอาการหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หรืออาการหลอดเลือดในสมองตีบตัน และโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ที่ทำให้เป็นอัมพาต เพียงแต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นความผิดปกติที่เกิดกับหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่และโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่ออกมาจากหัวใจ ซึ่งอยู่บริเวณทรวงอก หรือในช่องท้อง

โดยหลอดเลือดดังกล่าวมีขนาดประมาณ 2-3 ซ.ม.ใหญ่กว่าหลอดเลือดสมองหรือหัวใจมาก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะทำให้ผนังเลือดแดงอ่อนแอและโป่งพอง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่มากขึ้น ความอ้วน ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ หรือขาดการออกกำลังกาย สำหรับโรคนี้สิ่งที่ยากคือการวินิจฉัย เพราะเมื่อโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในระยะแรก คนไข้มักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ บางคนอาจคลำพบก้อนในท้อง แต่เมื่อไม่มีอาการเจ็บปวดก็มักทำให้ชะล่าใจ นึกว่าไม่เป็นอะไร จึงไม่มาพบแพทย์ แต่พอโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมากจนปริหรือแตกออก

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลัง หรือปวดท้องอย่างรุนแรง และอาจช๊อกได้ เนื่องจากหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่มาก เปรียบเหมือนท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตกออก น้ำก็จะรั่วออกมาอย่างมากมายและรวดเร็ว เพียงไม่นานก็สามารถเสียชีวิตได้ทันที ซึ่งการรักษาที่ดีที่สุดคือเมื่อทราบว่าเรามีโอกาสที่จะเป็นหรือกำลังป่วยเป็นโรคนี้อยู่ ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา สำหรับผู้ป่วยที่รู้ตัวล่วงหน้าก่อนอาการจะรุนแรง อาจมีทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การใส่ขดลวดเข้าไปดามหลอดเลือดที่โป่งพอง ซึ่งจะพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่นานก็สามารถกลับบ้านได้

การตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ความเร็วสูง (CT scan 256 slides) โดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แพทย์ก็สามารถวินิจฉัย พร้อมวางแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้

ความเห็นจากชาวเน็ต

ที่มา : Nu-sajee Kornrawee