“10 ความเข้าใจผิดๆ!” ของสาวๆที่อยากจะผอม หุ่นเป๊ะ

วันนี้เจ๊เหมียวขอบอกต่อเรื่องของเคล็ดลับความสวยความงามที่สาวๆๆ หลายคนกำลังเป็นที่นิยมมากๆ แต่ในเคล็ดลับสุขภาพดีเหล่านั้น บางอันก็จริงบ้างไม่จริงบ้าง วันนี้เจ๊จะพาไปดูว่าอันไหนจริงหรือหลอก งั้นอย่ารอช้าไปดูกันเลยดีกว่า

1.ลดความอ้วนด้วยปลาหมึกเส้นเบนโตะ
เจ๊บอกว่าไม่มีไขมันและให้พลังงานเพียง 20 แคลอรี่นั้นถือเป็นเรื่องจริงนะ เมื่อเทียบกับเจเล่ไลท์ถุงละ 10 บาท ที่ให้พลังงาน 60 – 80 แคลอรี ก็ถือว่าเบนโตะให้พลังงานน้อยทีเดียว แต่มีโซเดียมถึง 130 มิลลิกรัม หากกินเยอะๆ ก็อาจทำให้อ้วนได้เหมือนกันนะ แถมยังมีความดันโลหิตสูงและภาวะบวมน้ำตามมาด้วย

2.กินมันเทศแทนข้าว
เส้นใยในมันเทศนั้นมีความหนาแน่น ทำให้กินแล้วอิ่มนาน แต่ก็ให้พลังงานถึง 150 แคลอรี่ (ในขนาดกลางๆ) หากกินเยอะก็ทำให้อ้วนได้เหมือนกันาจร้าาา

3. โยเกิร์ต+คาลพิสแลคโตะโซดาลดความอ้วน
จริงๆ หากคิดตามแล้วก็ดูน่าอร่อยน่าลองอยู่นะ แต่ในโยเกิร์ตของเมจินั้นมีน้ำตาลอยู่ราวๆ 15 กรัม บวกกับน้ำตาลในคาลพิสแลคโตะโซดาอีก 44 กรัม รวมกันแล้วคุณจะได้น้ำตาล 59 กรัม พอๆ กับคุณกินน้ำตาลเข้าไป 15 ช้อนชาเลยทีเดียว

4. ดีไลท์ให้พลังงานน้อย
อันนี้เจ๊ไม่เถียงนะว่าน้ำเปรี้ยวดีไลท์ให้พลังงานน้อยจริง แต่หากบอกว่าให้พลังงานเพียง 40 แคลอรี่ก็คงไม่ถูก เพราะที่ฉลากให้ข้อมูลไว้ว่า “จำนวนบริโภคต่อขวด 2” เท่ากับว่านมเปรี้ยวขนาด 200 มิลลิลิตรจะให้พลังงานคุณ 80 แคลอรี่ทีเดียว

5.กินนมช่วยลดน้ำหนัก
น้ำมะเขือเทศดอยคำ มีน้ำตาล 40 แคลอรี่ ถือว่าน้อยทีเดียว แต่มีโซเดียมมากถึง 210 มิลลิกรัม (หนึ่งวันไม่ควรกินเกิน 2,300 มิลลิกรัม) หรือแม้แต่ในนมจืดก็ยังมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมถึง 12 กรัมเลย (พอๆ กับน้ำตาล 3 ช้อน) หากจะกินเพื่อลดความอ้วน อาจจะจำกัดปริมาณลงหน่อยนะ

6. โยเกิร์ต+กล้วย 5 ลูก ลดความอ้วน
เจ๊ดูจากภาพแล้วน่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า 1 ลูกเล็กให้พลังงาน 59 แคลอรี่ หากกินหมดทั้ง 5 ลูกก็คูณ 5 เข้าไป จะได้พลังงาน 295 แคลอรี่ บวกกับโยเกิร์ตอีก 150 แคลอรี่เป็น 445 แคลอรี่ ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากทีเดียวสำหรับคนอยากลดความอ้วนนะ

7. กินคาลพิสแลคโตะ+โยเกิร์ตดัชชี+นมตราหมี
อย่างที่บอกไปว่าในคาลพิสแลคโตะนั้นมีน้ำตาลถึง 44 กรัม โยเกิร์ตดัชชีสตรอว์เบอร์รี่ให้น้ำตาลอีก 24 กรัม แค่นี้ก็น่าจะมากแล้วนะ

8. น้ำเต้าหู้+เม็ดแมงลัก ลดความอ้วน
เม็ดแมงลักช่วยลดความอ้วนได้จริงนะ มีสรรพคุณเป็นยาระบาย สามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า ทำให้เรารู้สึกอิ่มได้นาน แต่คงต้องกำชับกับคนขายหน่อยว่าไม่ใส่น้ำตาล/น้ำเชื่อม เพราะไม่งั้นก็อาจจะทำให้อ้วนได้เหมือนเดิม

9. กินบีอิ้ง+บีทาเก้น แทนยาระบาย
ตรงนี้ไม่มีข้อมูลทางโภชนาการบอกไว้นะ ว่าถ้าเอามารวมกันแล้วจะทำให้อึหรือถ่ายคล่องหรือเปล่า แต่รสชาติคงจะแปลกๆ อยู่นะ (แหงล่ะเขาไม่ได้ทำมาให้มันกินด้วยกันนี่ คงจะเป็นประมาณกินของผิดสำแดงแล้วก็ขี้แตกนั่นแหละ)

10.เมล็ดเจีย + นมเปรี้ยว + โซดา = ยาถ่าย
สูตรนี้ก็ไม่มีการยืนยันอีกเหมือนกัน แต่การเอามาผสมกันมั่ว.ก็อาจจะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้ และหากท้องเสียหนักอาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เลย พูดง่ายๆ ก็คือผสมกันมั่วขนาดนี้ รับรองว่าขี้แตก แต่ไม่ใช่ขี้คล่อง ยังไงก็ระวังกันหน่อยนะ