นักร้องนำวง “Linkin Park” เบื้องหลังชีวิตครอบครัวสุดขมขื่น เผยจุดต่ำสุดของชีวิตก่อนตัดสินใจลาโลก!!

เจ๊เหมียวบอกเลยว่าจากกรณีที่ตอนนี้เป็นกระแสที่ทำให้ตกตะลึงกันทั่วโลกเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวการจากไปของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำวง Linkin Park ที่เสียชีวิตในบ้านพักในนครลอสแองเจอลิส ด้วยการแขวนคอในวัยเพียง 41 ปี โดยถือว่าเป็นการปิดตำนานร็อกเกอร์ชื่อดังที่ทำแฟนเพลงทั่วโลกช็อกไปตามๆกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เพจ อ่าน-เพลง ได้แชร์เรื่องราวของเชสเตอร์ที่เล่าถึงประวัติก่อนจะมาเป็นร็อกเกอร์ชื่อก้องโลก โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2014 ระบุว่า…

ขุมนรกของเชสเตอร์ เบนนิงตัน! เชสเตอร์ เบนนิงตัน ฟรอนท์แมนของ Linkin Park วงร็อกชื่อดังแห่งยุค เขาคือศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง เส้นทางดนตรีของเขาราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้นและเป็นขวัญใจวัยรุ่นนับล้านทั่วโลก แต่กว่าที่เขาจะมายืนจุดสูงสุดได้นั้นเขาเคยผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาก่อนและเชสเตอร์ต้องผ่านอดีตที่ขมขื่นเกินบรรยาย

เขาเป็นลูกคนเล็กของบ้านและเมื่อตอนที่เขาอายุ 11 พ่อแม่ของเขาก็หย่าขาดกัน พี่ชายและพี่สาวของเขาก็พากันย้ายออกจากบ้าน ทิ้งให้เขาอาศัยอยู่กับพ่อผู้อารมณ์แปรปรวนในแอริโซน่า, ตอนนั้นเขารู้สึกเกลียดสมาชิกทุกคนในบ้าน คิดว่าแม่ตั้งใจทิ้งเขาและรู้สึกเหมือนไม่เหลือใครอีกแล้ว

อันที่จริงความบัดซบในชีวิตเชสเตอร์เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น เพราะเขาโดนเพื่อนชายที่อายุมากกว่าล่วงละเมิดทางเพศช่วงที่เขาอายุเพียง 7 ขวบ เชสเตอร์ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องกลายเป็นเครื่องมือสนองตัณหาความใคร่เพราะถูกทำร้ายร่างกาย

“มันเหมือนกับคนส่วนใหญ่, ผมกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร ผมไม่อยากให้คนคิดว่าผมเป็นเกย์หรือผมกำลังแต่งเรื่องโกหก มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก การล่วงละเมิดทางเพศยังเกิดขึ้นเรื่อยๆจนผมอายุ 13”

ความเลวร้ายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตเขามากเกินเด็กชายคนหนึ่งจะรับไหวและเขาเลือกที่จะไม่บอกใคร ความอัดอั้นนั้นทำให้เชสเตอร์จึงเริ่มหันไปใช้สารเสพติดโดยเริ่มจากกัญชา เขากินเหล้าหัวราน้ำทุกวัน วาดรูปและเขียนบทกวีเพื่อลืมช่วงเวลาที่เขาไม่อยากจดจำ…เขารู้ตัวเองอีกทีก็กลายเป็นขี้ยาเสียแล้ว

“ผมเล่นทุกอย่างและเล่นหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมอายุ 16 ผมเสพยา LSD กับดื่มเหล้าหมดไปไม่รู้เท่าไหร่ หากไม่มีเหล้า ผมก็จะหันไปหาสปีด (แอมเฟตามีน) เพราะมันมีราคาถูกกว่ามาก”

เชสเตอร์เล่าว่าช่วงที่เขาดำดิ่งสู่ห้วงลึกของยาเสพติด เขากับเพื่อนจะใช้แอมเฟตามีนไม่ต่ำกว่า 8 ลูกและยาไอซ์เสพจากบ้อง ตามด้วยฝิ่นหรือไม่ก็ฉีดยาเข้าเส้น

เชสเตอร์มีโอกาสย้ายไปอยู่กับแม่ของเขาช่วงอายุ 17 แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยเพราะแม่จับได้ว่าเขาใช้ยาเสพติดและขังไม่ให้เขาออกจากบ้าน ขณะที่เขาย้ายออกมาอยู่คนเดียว เชสเตอร์ทำงานที่เบอร์เกอร์คิงส์ด้วยเหตุเดียวนั่นคือต้องการเงินไปเสพแอมเฟตามีนและโคเคน

ในช่วงที่เขาเข้ามาอยู่ Xero จนกลายเป็น Linkin Park ใหม่ๆ เชสเตอร์ก็ยังไม่สามารถหักดิบได้เสียทีเดียว แต่เขารู้สึกขอบคุณเพื่อนร่วมวงเสมอที่เข้าใจและช่วยฉุดเขาพ้นจากนรกขุมนี้เสียที ทำให้เขากลายเป็นเชสเตอร์คนใหม่ผู้ฝักใฝ่เพียงเสียงดนตรี