แบบนี้ก็ได้หรอ…???ตำรวจตั้งด่านตรวจ เลยแยกไฟแดงไปนิดเดียว รถติดระนาว?(รายละเอียด)

วันที่ 21 ก.ค.60 ในเฟสบุ๊ก ซุ้ม ม.ขุนเขา โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า…

ตั้งด่านแบบนี้ผิดไหมครับ เทคโนแหลม ศรีราชา ชลบุรีครับ
1.1 ความหมายของด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด

1.1.1 ด่านตรวจ หมายถึง สถานที่ทำการที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นเพื่อจับกุม ผู้กระทำผิดในเขตทางเดินรถ ( ความหมายตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกพ.ศ. 2522) หรือ ทางหลวง (ความหมายตาม พ.ร.บ. ทางหลวง พ.ศ. 2535) โดยระบุสถานที่ไว้ชัดแจ้งเป็นการถาวรการตั้งด่านตรวจจะต้องได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงหรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) แล้วแต่กรณี

1.1.2 จุดตรวจ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าหน้าที่พนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ กระทำผิดในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวงในกรณีปกติเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ดัง กล่าว แต่ต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมงและเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะต้องยุบเลิกจุดตรวจดังกล่าวทันที

1.1.3 จุดสกัด หมายถึง สถานที่เจ้าหน้าที่พนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ ตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือ จำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราว และจะต้องยุบเลิกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว

1.2 การจัดตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด ห้ามมิให้ตั้งด่านตรวจ จุดตรวจหรือ จุดสกัดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงเว้นแต่

1.2.1 ด่านตรวจ การจัดตั้งด่านตรวจจะกระทำได้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจตามกฏหมายว่าด้วยทางหลวง หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)

1.2.2 จุดตรวจ การตั้งจุดตรวจจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นผู้บังคับ การขึ้นไป โดยพิจารณาว่าเป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

1.2.3 จุดสกัดการตั้งจุดสกัด จะตั้งได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้น และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจหรือ ผู้รักษาการแทนขึ้นไป โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าวยัง คมมีอยู่เท่านั้น (ตามบันทึกของ ตร. ที่ 0625.23/3779 ) ลง 13 มี.ค. 2540 เรื่องมาตรการเร่งปฏิบัติเกี่ยวกับ การตั้งด่าน

ตรวจ จุดตรวจ และ จุดสกัด

2. ความสำคัญของการตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัด

2.1 เพื่อตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกพื้นที่

2.2 เพื่อป้องกันการบีบบังคับไม่ให้คนร้ายมีโอกาสหลบหนีออก
จากพื้นที่ที่ปิดล้อม

2.3 เพื่อตรวจค้นอาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการกระทำผิด

2.4 เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายในยานพาหนะต้องสงสัย

2.5 เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด และตัดช่องโอกาสในการประกอบอาชญากรรมของคนร้าย

3.หลักพื้นฐานของการตั้งจุดตรวจจุดสกัด

3.1 ใช้เมื่อกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน

3.2 การปฏิบัติในการตรวจค้น จับกุม ต้องปฏิบัติตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลระเบียบการตำรวจ เกี่ยวกับคดี ว่าด้วยการนั้นโดยเคร่งครัด

3.3 ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา (ตามข้อ 1.2 )

3.4 มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าควบคุม

3.5 แต่งเครื่องแบบในการปฏิบัติหน้าที่

3.6 ที่จุดตรวจ ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายการจราจรว่า “หยุดตรวจ” โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่จุดตรวจจะต้องมีในการติดตั้งป้ายและเครื่องหมาย การจราจรควรจัดให้มีสิ่งกีดขวาง หรือสัญญาณอื่นใดให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายในระยะไกล เช่น กรวยยางคาดแถบสะท้อนแสงเพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

3.7 ในเวลากลางคืนต้องให้มีแสงไฟส่องสว่างให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่ น้อยกว่า 150 เมตร ก่อนถึงจุดตรวจ และให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจดังกล่าว และให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า”หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้ง ผู้บังคับการ โทร….. ”

(ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของ ผบก.ไว้) ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร

3.8 กำหนด “เขตพื้นที่ปลอดภัย” ไว้สำหรับเป็นบริเวณตรวจค้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตั้งแต่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกตรวจค้นและเจ้าหน้าที่ ตำรวจระหว่างทำการตรวจค้น

3.9 ควรวางกำลังส่วนหนึ่งไว้บริเวณทางแยกหรือจุดกลับรถก่อนถึงจุดตรวจหรือจุด สกัดเพื่อทำหน้าที่สกัดกั้น หรือไล่ติดตามผู้ที่เลี้ยวหรือกลับรถย้อนหลบหนีการตรวจค้น และควรมีชุดติดตามอีกอย่างน้อย 1 ชุด บริเวณเลยจุดตรวจ จุดสกัด ในระยะพอสมควร เพื่อติดตามยานพาหนะที่ไม่หยุดตรวจค้น

3.10 การตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด ให้มีการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยใกล้เคียงให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบติดต่อกัน โดยมิให้เกิดการตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัดซ้ำซ้อนอันเป็นเหตุให้เกิดความเดือด ร้อนแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาเป็นอันขาด

3.11 พึงใช้ความระมัดระวังและตั้งอยู่ในความไม่ประมาททุกครั้งขณะทำการตรวจค้น

3.12 พึงเป็นผู้มีมรรยาทที่ดีงามและรักษากิริยาวาจาระหว่างทำการตรวจค้น เช่นไม่ส่องไฟฉายไปที่บริเวณใบหน้าประชาชนผู้ถูกตรวจค้นโดยตรง และผู้รู้จัก ใช้คำพูดที่สุภาพ เช่น”สวัสดีครับ” “ขอโทษครับ” และ “ขอบคุณครับ”

3.13 ใช้ความสังเกตและให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่ยานพาหนะที่มีลักษณะพิรุธเช่น รถจักรยานยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือพับงอแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อปิดบังอำพรางหมายเลขหรือพาหนะที่มีการดัดแปลง สภาพ

3.14 ในปฏิบัติการตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานและประชาชน และไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้ทางโดยไม่จำเป็น

3.15 การตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ห้ามมิให้ตั้งจุดตรวจก่อน 23.00 น. หากตรวจพบหรือมีการร้องเรียน จะพิจารณาข้อบกพร่องหัวหน้าชุดทุกราย

3.16 ระหว่างตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หากมีปัญหาการจราจรติดขัดและมีท้ายแถวยาว ให้หยุดการตั้งจุดตรวจทันที และให้อำนวยความสะดวกการจราจรจนกว่าจะคลี่คลายแล้ว จึงให้ดำเนินการตั้งจุดตรวจต่อไป

4. การควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติ

4.1 เมื่อเริ่มต้นหรือเลิกปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจหรือจุดสกัด ให้รายงานทางวิทยุสื่อสารให้ผู้บังคับบัญชาผู้สั่งอนุมัติให้ตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัดดังกล่าวทราบ และเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติแล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหรือจุด สกัดดังกล่าวรายงานผลการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้สั่งอนุมัติภายในวันถัดไปเป็นอย่าง ช้า

4.2 ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ ด่านตรวจหรือจุดสกัด ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

4.3ผู้บังคับบัญชาจะต้องเอาใจใส่กวดขันดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน มิให้ฉวยโอกาสขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัดเรียกหรือรับผลประโยชน์จากผู้ใช้รถที่กระทำผิดกฎหมาย หรือไปดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง

โดยมิได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และหากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใดประพฤติมิชอบในลักษณะดังกล่าว ให้รีบพิจารณาดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไปตามอำนาจหน้าที่ ทั้งทางคดีอาญาและคดีวินัย และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึง ตร.ทราบโดยมิชักช้า การรายงานให้ระบุยศ นาม ตำแหน่งของข้าราชการตำรวจผู้กระทำผิด พร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ ละเอียดชัดเจน

4.4 หากผู้บังคับบัญชาในระดับตั้งแต่กองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือตำรวจหน่วยอื่น สืบสวนข้อเท็จจริงจนปรากฏชัดเจน หรือตรวจตราพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ด่านตรวจจุดตรวจหรือจุดสกัดที่ใด มีพฤติการณ์มิชอบดังกล่าว

ตามข้อ 4.3 หรือจับกุมตัวได้ โดยลักษณะของพฤติการณ์เป็นการกระทำรวมกันหลายคน และหรือ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันหลายวันให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยแก่ ผู้บังคับบัญชาที่ใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิดนั้นด้วย