ช็อคซ้ำสอง!?!…”ไมค์ชิโนดะ”สุดรับไหว”เซสเตอร์ เบนนิงตัน”จากไปแล้ว บางทีมันอาจเป็น “In The End”ของ”Linkin Park”

เจ้หมูบอกเลยว่าเป็นข่าวช็อคของโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อ Chester Bennington นักร้องนำวงร็อคระดับโลก Linkin Park ได้ฆ่าตัวตาย ด้วยการแขวนคอ ที่บ้านพักส่วนตัวที่ลอสแองเจอริส

ต่อมาก็ได้มีภาพทวิตเตอร์ของหนุ่ม Mike Shinoda สมาชิกในวง ได้ออกมาทำการทวิตข้อความบางอย่างที่น่าตกใจขึ้นไปอีก ว่าอาจจะต้องยุบวง Linkin Park ก็เป็นได้

ข้อความจากทวิตเตอร์ Mike Shinoda

“ช็อค และหัวใจแตกสลาย , แต่มันก็คือเรื่องจริง วงอาจจะต้องยุบ ถ้าพวกเราไม่มีเขา”

โพสต์จากเฟสบุ๊คเพจ Mike Shinoda เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว

เปิดประวัติ Mike Shinoda สมาชิกในวง Linkin Park
ชื่อจริง : Mike Kenji Shinoda
เกิด : 11 กุมภาพันธ์ 1977
เชื้อสาย : ญี่ปุ่น-อเมริกัน
บ้านเกิด : Agoura Hills, California ประเทศ อเมริกา
อาชีพ : นักดนตรี / แร็พเปอร์ (คนร้อง Rap) / ด้านการบันทึกเสียง / กราฟฟิกดีไซเนอร์
ด้านดนตรี : นักร้อง / Rap / คีย์บอร์ด / กีต้าร์

ประวัติส่วนตัว
1.สนใจดนตรีในช่วงมัธยม
2.เริ่มเล่นเครื่องดนตรีหลากชนิดโดยสนใจ เปียโนที่สุด แถมยังเรียนเปียโนเป็นเรื่องเป็นราวด้วย โดยเรียนด้าน คลาสสิคเปียโน รวมทั้งเทคนนิคต่างๆในการเล่นคลาสสิคเปียโน
3.ก่อนจะหันมาสนใจด้าน Jazz และ Hiphop แล้วก็หันมาสนใจเล่นกีต้าร์บ้าง
4.หลังจบม.ปลาย Shinoda ศึกษาต่อที่ Art Center College of Design เพื่อเรียนด้านกราฟฟิกดีไซน์โดยเฉพาะ
5.ได้พบ DJ ผู้มีนามว่า Joseph Hahn ที่ Art Center College of Design นั่นแหละ
6.เรียนจบก็ทำงานด้านกราฟฟิกดีไซเนอร์ ควบคู่ไปกับการทำวง
7.เป็นคนออกแบบโลโก้ต่างๆของวง Linkin Park คู่กับ Hahn

ประวัติวงดนตรี Linkin Park
ไมค์ ชิโนดะ ได้ชมคอนเสิร์ตของวง แอนแทร็กซ์ (Anthrax) และพับลิก อีเนมี่ (Public Enemy) ช่วง พ.ศ. 2532 ถึง 2533 และการแสดงในช่วงที่แฟนเพลงเรียกร้องให้ขึ้นเวทีอีกครั้ง หรือช่วงอังกอร์ ของคอนเสิร์ตในครั้งนั้น ทั้ง 2 วง ลุกขึ้นมาแสดงดนตรีร่วมกันในบทเพลง บริงก์ ดา น้อยซ์ (Bring Da Noise) ซึ่งเป็นการจุดประกายให้ ไมค์ ชิโนดะ อยากทำเพลงในทิศทาง หรือแนวนี้ขึ้นมา

Linkin Park เริ่มต้นจาก ไมค์ ชิโนดะ หนุ่มน้อยผู้คลั่งไคล้วัฒนธรรมดนตรีฮิปฮอป กับ แบรด เดลสัน (Brad Delson) มือกีต้าสมัครเล่น ทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เกรด 7 (ประมาณ 13 ปี) โดยช่วงแรก ไมค์ รับหน้าที่ทำ Beat ให้วงฮิปฮอป จากนั้นจึงได้พบกับ ร็อบ บอร์ดอน (Rob Bourdon) มือกลอง ที่โรงเรียนใกล้ๆ กัน ในแถบซาน เฟอร์นานโด แวลลีย์ (San Fernando Valley) ส่วน โจ ฮาห์น (Joseph Hahn) เขาเป็น DJ และเป็นผู้ที่รู้จักกับ ไมค์ ชิโนดะ ตอนศึกษาที่ อาร์ต เซ็นเตอร์ คอลเลจ (Art Center College) ในพาซาดีนา (Pasadena Art school) ต่อมาก็ตามมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวง และร่วมตั้งวงดนตรีชื่อ ซีโร่ (Xero) ใน พ.ศ. 2539 จุดมุ่งหมายของเขาคือเพื่อเปิดการแสดงเล็กๆ สร้างความครื้นเครง และมันส์อย่างสุดๆ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านเพื่อน

เมื่อ ซีโร่ (Xero) ได้มีโอกาสได้ไปแสดงดนตรีที่ วิสกี้ อะโกโก้ (Whisky A Go-Go ) คลับดังของแอลเอ และด้วยฝีมือการแสดงอันโดดเด่น จึงเป็นที่ถูกใจ เจฟฟ์ บลู (Jeff Blue) แห่ง ซอมบ้า มิวสิก พับลิชชิ่ง (Zomba Music Publishing) และได้เซ็นสัญญาในที่สุด ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สำคัญและผลักดันให้ ซีโร่ มีโอกาสในวงการดนตรีมากขึ้น เนื่องจาก เจฟฟ์ มีส่วนผลักดันให้ผลงานเพลงตัวอย่างของ ซีโร่ เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงการเพลงมากขึ้น

ต่อมา ซีโร่ ได้เซ็นสัญญากับ วอร์เนอร์บราเธอร์ส (Warner Brothers) อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากนั้นไม่นาน เจฟฟ์ ย้ายตามไปทำงานร่วมกันโดยดำรงตำแหน่ง เอ็กเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ (Executive Producer) ด้วย ขณะนั้น ซีโร่ ต้องการสมาชิกเพิ่มในตำแหน่ง นักร้องนำ เชสเตอร์ เบนนิงตัน (Chester Bennington: second vocal) หนุ่มจากอริโซน่าจึงเข้ามาเป็นสมาชิกคนต่อไปในฐานะนักร้องนำ โดย เชสเตอร์ ได้รับเทปตัวอย่างที่ ซีโร่ทำขึ้นจากสตูดิโอเล็กๆ ในห้องนอนของไมค์ นอกจากนี้ทั้ง เชสเตอร์ และไมค์ รู้จักกันผ่านทางสำนักทนาย ไมเนียท เฟลพส์ แอนด์ เฟลพส์ (Miniet Phelps and Phelps) ที่ทั้งคู่ใช้บริการ เชสเตอร์สนใจที่จะร่วมงานกับ ซีโร่ มาก จนถึงกับแอบหนีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 23 ปีของตนไปอย่างหน้าตาเฉย เพื่อรีบไปบันทึกเสียงร้องของตนลงเทปตัวอย่างกลางดึก

จากนั้นได้โทรศัพท์เปิดเทปตัวอย่างให้กับทางวงฟัง ซึ่งทุกคนชอบมาก จึงรับ เชสเตอร์ เป็นสมาชิกใหม่ทันที จากนั้นสมาชิก ซีโร่ ทั้งหมดตกลงใจเปลี่ยนชื่อวงเป็น ไฮบริด ธีโอรี่ (Hybrid Theory) แต่บังเอิญไปซ้ำกับชื่อวงดนตรีของศิลปินกลุ่มอื่น จนในที่สุดจำต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็นวง ลินคินพาร์ก (Linkin Park) ซึ่งเป็นชื่อที่แผลงตัวสะกดมาจาก ลินคอล์น พาร์ค (Lincoln Park) ซึ่งมีที่มาที่ไปจากการมองการณ์ไกลไปถึงการสร้างเว็บไซต์ประจำวง เนื่องจากมีการจดทะเบียนซื้อขายชื่อโดเมน ลินคอล์นพาร์ค.คอม (lincolnpark.com) ไปเรียบร้อย ก่อนที่ทางวงจะไปขึ้นทะเบียนวงดนตรีของพวกตน และหากยังคงต้องการใช้ชื่อนั้น ก็ต้องเตรียมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลแน่นอน นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกามีสวนสาธารณะชื่อ ลินคอล์น พาร์ค (Lincoln Park) อยู่หลายแห่ง ดังนั้นหากไปเปิดการแสดงดนตรีที่ใดก็ตาม จะกลายเป็นเหมือนกับวงดนตรีท้องถิ่นทั่วไป ที่สำคัญคือทุกคนชอบชื่อ ลินคอล์น พาร์ค และยังเป็นสถานที่ที่ เชสเตอร์ ขับรถผ่านภายหลังจากซ้อมดนตรีเสร็จเป็นประจำ ลินคอล์น พาร์ค เป็นสถานที่แห่งหนึ่งของชนชั้นกลาง และ คนจรจัดของเมืองซานต้า โมนิก้า (Santa Monica)

ต่อมา ลินคินพาร์ก ได้ร่วมงานกับ โปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพิร์ล แจม (Pearl Jam ), เอเพ็กซ์ ธีโอรี่ (Apex Theory), ชูการ์ เรย์ (Sugar Ray)