ช็อคโลก!!!…”เซสเตอร์ เบนนิงตัน”นักร้องนำวง”Linkinpark”ผูกคอฆ่าตัวตาย ด้วยเหตุผลที่ไม้อยากจะเชื่อ(รายละเอียด)

เจ้หมูบอกเลยว่าส่วนตัวยังช็อกกับข่าวการเสียชีวิตของ Chester Bennington เช่นเดียวกับแฟนเพลง Linkin Park แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้…

Chester Bennington ได้เสียชีวิตแล้วจากการฆ่าตัวตาย โดยมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า
สำนักข่าวต่างประเทศยืนยันว่า Chester Bennington ฟรอนท์แมน Linkin Park วัย 41 ปี เสียชีวิตแล้วด้วยการแขวนคอตายในบ้านพักส่วนตัวที่ลอสแอนเจลิส

“ผมช็อกและใจสลาย แต่มันเป็นเรื่องจริง ทางวงจะรีบประกาศอย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุด”
– Mike Shinoda แกนหลักสมาชิกวง Linkin Park ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของ Chester Bennington

การเสียชีวิตของ Chester bennington เกิดขึ้นก่อนการไปทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐ เพียงไม่กี่สัปดาห์ นับว่าเป็นการสูญเสียอย่างมากของวง Linkin Park เลยทีเดียว
วง Linkin Park

R.I.P chester bennington พรสวรรค์ของนายมันทั้งบริสุทธิ์และหาใครมาเทียบไม่ได้… เสียงของนายมันให้ความรู้สึกทั้งสุขและเจ็บปวด , เกรี้ยวกราดและให้อภัย , รักและปวดร้าว รวมอยู่ในคนเดียว

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า Chester Bennington ต้องต่อสู้กับปัญหาการติดเหล้า และยาเสพติดของตัวเอง จึงคาดว่า น่าจะเป็นสาเหตุในการตัดสินใจฆ่าตัวตายในครั้งนี้

เปิดประวัติ Chester Charles Bennington
ชื่อจริง : Chester Charles Bennington
เกิด : 20 มีนาคม 1976
บ้านเกิด Phoenix,Arizona ประเทศอเมริกา
ตำแหน่ง : นักร้อง
ด้านดนตรี : นักร้อง / กีต้าร์ / คีย์บอร์ด
แรงบันดาลใจ : Depeche Mode และ Stone Temple Pilot

ประวัติชีวิต
1.มีความสนใจทางด้านดนตรีตั้งแต่เด็กๆ
2.พ่อแม่แยกทางกันในช่วงปลายปี 1980
3.เคยโดนทารุณกรรมทางเพศสมัยวัยรุ่น
4.เคยติดยาเสพติด โคเคน และ methamphetamine แต่ในที่สุดเขาก็เลิกเสพยาพวกนี้จนได้
5.เคยทำงานที่ Burger King ก่อนมาเป็นนักร้องมืออาชีพ
ครอบครัวของ Chester Bennington ภรรยา และลูกๆ

ประวัติวงดนตรี Linkin Park
ไมค์ ชิโนดะ ได้ชมคอนเสิร์ตของวง แอนแทร็กซ์ (Anthrax) และพับลิก อีเนมี่ (Public Enemy) ช่วง พ.ศ. 2532 ถึง 2533 และการแสดงในช่วงที่แฟนเพลงเรียกร้องให้ขึ้นเวทีอีกครั้ง หรือช่วงอังกอร์ ของคอนเสิร์ตในครั้งนั้น ทั้ง 2 วง ลุกขึ้นมาแสดงดนตรีร่วมกันในบทเพลง บริงก์ ดา น้อยซ์ (Bring Da Noise) ซึ่งเป็นการจุดประกายให้ ไมค์ ชิโนดะ อยากทำเพลงในทิศทาง หรือแนวนี้ขึ้นมา

Linkin Park เริ่มต้นจาก ไมค์ ชิโนดะ หนุ่มน้อยผู้คลั่งไคล้วัฒนธรรมดนตรีฮิปฮอป กับ แบรด เดลสัน (Brad Delson) มือกีต้าสมัครเล่น ทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เกรด 7 (ประมาณ 13 ปี) โดยช่วงแรก ไมค์ รับหน้าที่ทำ Beat ให้วงฮิปฮอป จากนั้นจึงได้พบกับ ร็อบ บอร์ดอน (Rob Bourdon) มือกลอง ที่โรงเรียนใกล้ๆ กัน ในแถบซาน เฟอร์นานโด แวลลีย์ (San Fernando Valley) ส่วน โจ ฮาห์น (Joseph Hahn) เขาเป็น DJ และเป็นผู้ที่รู้จักกับ ไมค์ ชิโนดะ ตอนศึกษาที่ อาร์ต เซ็นเตอร์ คอลเลจ (Art Center College) ในพาซาดีนา (Pasadena Art school) ต่อมาก็ตามมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวง และร่วมตั้งวงดนตรีชื่อ ซีโร่ (Xero) ใน พ.ศ. 2539 จุดมุ่งหมายของเขาคือเพื่อเปิดการแสดงเล็กๆ สร้างความครื้นเครง และมันส์อย่างสุดๆ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านเพื่อน

เมื่อ ซีโร่ (Xero) ได้มีโอกาสได้ไปแสดงดนตรีที่ วิสกี้ อะโกโก้ (Whisky A Go-Go ) คลับดังของแอลเอ และด้วยฝีมือการแสดงอันโดดเด่น จึงเป็นที่ถูกใจ เจฟฟ์ บลู (Jeff Blue) แห่ง ซอมบ้า มิวสิก พับลิชชิ่ง (Zomba Music Publishing) และได้เซ็นสัญญาในที่สุด ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สำคัญและผลักดันให้ ซีโร่ มีโอกาสในวงการดนตรีมากขึ้น เนื่องจาก เจฟฟ์ มีส่วนผลักดันให้ผลงานเพลงตัวอย่างของ ซีโร่ เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงการเพลงมากขึ้น

ต่อมา ซีโร่ ได้เซ็นสัญญากับ วอร์เนอร์บราเธอร์ส (Warner Brothers) อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากนั้นไม่นาน เจฟฟ์ ย้ายตามไปทำงานร่วมกันโดยดำรงตำแหน่ง เอ็กเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ (Executive Producer) ด้วย ขณะนั้น ซีโร่ ต้องการสมาชิกเพิ่มในตำแหน่ง นักร้องนำ เชสเตอร์ เบนนิงตัน (Chester Bennington: second vocal) หนุ่มจากอริโซน่าจึงเข้ามาเป็นสมาชิกคนต่อไปในฐานะนักร้องนำ โดย เชสเตอร์ ได้รับเทปตัวอย่างที่ ซีโร่ทำขึ้นจากสตูดิโอเล็กๆ ในห้องนอนของไมค์ นอกจากนี้ทั้ง เชสเตอร์ และไมค์ รู้จักกันผ่านทางสำนักทนาย ไมเนียท เฟลพส์ แอนด์ เฟลพส์ (Miniet Phelps and Phelps) ที่ทั้งคู่ใช้บริการ เชสเตอร์สนใจที่จะร่วมงานกับ ซีโร่ มาก จนถึงกับแอบหนีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 23 ปีของตนไปอย่างหน้าตาเฉย เพื่อรีบไปบันทึกเสียงร้องของตนลงเทปตัวอย่างกลางดึก

จากนั้นได้โทรศัพท์เปิดเทปตัวอย่างให้กับทางวงฟัง ซึ่งทุกคนชอบมาก จึงรับ เชสเตอร์ เป็นสมาชิกใหม่ทันที จากนั้นสมาชิก ซีโร่ ทั้งหมดตกลงใจเปลี่ยนชื่อวงเป็น ไฮบริด ธีโอรี่ (Hybrid Theory) แต่บังเอิญไปซ้ำกับชื่อวงดนตรีของศิลปินกลุ่มอื่น จนในที่สุดจำต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็นวง ลินคินพาร์ก (Linkin Park) ซึ่งเป็นชื่อที่แผลงตัวสะกดมาจาก ลินคอล์น พาร์ค (Lincoln Park) ซึ่งมีที่มาที่ไปจากการมองการณ์ไกลไปถึงการสร้างเว็บไซต์ประจำวง เนื่องจากมีการจดทะเบียนซื้อขายชื่อโดเมน ลินคอล์นพาร์ค.คอม (lincolnpark.com) ไปเรียบร้อย ก่อนที่ทางวงจะไปขึ้นทะเบียนวงดนตรีของพวกตน และหากยังคงต้องการใช้ชื่อนั้น ก็ต้องเตรียมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลแน่นอน นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกามีสวนสาธารณะชื่อ ลินคอล์น พาร์ค (Lincoln Park) อยู่หลายแห่ง ดังนั้นหากไปเปิดการแสดงดนตรีที่ใดก็ตาม จะกลายเป็นเหมือนกับวงดนตรีท้องถิ่นทั่วไป ที่สำคัญคือทุกคนชอบชื่อ ลินคอล์น พาร์ค และยังเป็นสถานที่ที่ เชสเตอร์ ขับรถผ่านภายหลังจากซ้อมดนตรีเสร็จเป็นประจำ ลินคอล์น พาร์ค เป็นสถานที่แห่งหนึ่งของชนชั้นกลาง และ คนจรจัดของเมืองซานต้า โมนิก้า (Santa Monica)

ต่อมา ลินคินพาร์ก ได้ร่วมงานกับ โปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพิร์ล แจม (Pearl Jam ), เอเพ็กซ์ ธีโอรี่ (Apex Theory), ชูการ์ เรย์ (Sugar Ray)