ลูกสาว “นอนดิ้นงอแง” กลางห้าง แต่ “คุณพ่อหนุ่มหล่อ” กลับยืนมองนิ่งเฉย!


เจ๊เหมียวบอกเลยว่า พ่อแม่ที่มี “ลูกเล็กๆ” คงจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเวลาที่ ลูกไปร้องไห้งอแงเอาแต่ใจกลางที่สาธารณะเป็นอย่างไร? ทำให้มีพ่อแม่ไม่น้อยที่มักจะใช้วิธีเอาสิ่งของเข้าหลอกล่อให้ยอมหยุดร้อง จนเด็กเคยตัวติดเป็นนิสัยเอาแต่ใจ อยากได้อะไรหรือต้องการอะไรก็มักจะร้องไห้งอแง เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะต้องยอมแต่โดยดี !

แต่ล่าสุดเหมือนว่าวิธีนี้จะไม่ใช่ทางออกที่ดีของคุณพ่อหนุ่มหล่อ “จัสติน บัลโดนี่” (Justin Baldoni) ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง โดยสำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยภาพ หนุ่มจัสตินและคุณพ่อของเขา กำลังยืนมอง “Maiya” ลูกสาว-หลานสาววัย 2 ขวบของพวกเขาที่กำลังร้องไห้งอแงดิ้นกับพื้นกลางห้างสรรพสินค้าอย่างใจเย็น โดยไม่แม้แต่จะนั่งลงไปปลอบโยนหนูน้อยเลยสักนิด ซึ่งในขณะนั้นภรรยาของหนุ่มจัสติน ได้เห็นภาพดังกล่าวก็ได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพนี้ไว้ทันที ก่อนที่จัสติน จะนำภาพไปโพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา พร้อมกับแบ่งปันเรื่องราวที่ละเอียดอ่อนถึงลูกสาวของเขา แปลได้ใจความทำนองว่า

“ตอนนั้นพ่อและผมยืนมองดูลูกสาวของผมนอนร้องไห้งอแงดิ้นอยู่ที่พื้นอย่างใจเย็น ด้วยความรักที่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ที่พวกเขาให้เธอนอนดิ้นแบบนั้นเป็นเพราะว่าผมนึกถึงตอนที่ผมยังเป็นเด็ก พฤติกรรมเหล่านี้ผมเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ผมรู้ว่าการเป็นพ่อไม่ใช่เรื่องง่าย ผมนึกย้อนถึงตอนที่พ่อเคยสอนผม ในโลกนี้ไม่มีพ่อคนไหนจะเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อสอนคือ “ไม่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อความคิดของพ่อแม่คนอื่นๆ”

พ่อเปิดโอกาสให้ผมได้แสดงความรู้สึกในที่สาธารณะอยู่เสมอโดยที่ไม่รู้สึกอับอายเลย ผมแทบจำไม่ได้เลยว่าพ่อเคยพูดคำว่า “หยุด เงียบ ลูกกำลังทำให้พ่ออายนะ” หรือ “ห้ามร้องไห้” เลยจนถึงตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า มันเป็นเรื่องของการพัฒนาการด้านบทบาททางอารมณ์ที่สำคัญของตัวเด็ก พวกเขาต้องมีการเรียนรู้และจัดการกับความรู้สึกใหม่มากมายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งยากที่เด็กจะเข้าใจและทำการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ในระยะอันรวดเร็วนี้

ผมต้องการทำให้เขารู้ว่าการที่เขาทำพฤติกรรมงอแงแบบนี้ทั้งในที่สาธารณะหรือบนเครื่องบินก็ตาม มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอับอายขายขี้หน้าสักเท่าไร ผมเป็นพ่อของลูก ไม่ใช่พ่อของเด็กคนอื่น ผมจะบันทึกเรื่องราวในตอนนั้นไว้ จากนั้นเมื่อลูกสงบลงเราจะมานั่งคุยกัน ความจริงแล้วการที่เด็กมีอารมณ์โมโหแบบนี้ คุณก็ต้องยิ่งใจเย็นกับลูกมากขึ้น นี่สิถึงเป็นสิ่งที่โลกต้องการ ผมเชื่อว่าผู้ปกครองหลายท่านก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้เช่นกัน