ชีวิตสุดเศร้าเพราะความเข้าใจผิดแท้ๆ!!


เจ๊เหมียวได้รับรายงานโดยสำนักข่าวต่างประเทศ มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งรักกันมาก ทั้งสองคบกัน2ปีก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ถึงแม้ว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะไม่ยินยอมก็ตาม เพราะสามีของฉันไม่มีงานทำที่มั่นคง ทำให้พ่อแม่ของฉันเป็นห่วงว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวไม่ไหวกลัวลูกสาวจะลำบาก แต่หลังจากที่เราทั้งสองแต่งงานกัน สามีของฉันก็ขยันทำงานมาก จนในที่สุดก็มีอาชีพการงานที่มั่นคง เราสองคนรักกันมาก😓
2ปีต่อมา ฉันก็ตั้งครรภ์ สามีดีใจมากกระโดดทั่วบ้านเหมือนเด็กเล็ก ฉันรู้สึกว่าลูกของเรามาในเวลาที่พอดี ตั้งแต่นั้นมาสามีก็ไม่ให้ฉันทำงานบ้านดูแลเอาใจใส่ฉันอย่างดี และคอยพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ารักกับฉันตลอดเวลา ยอกล้อให้ฉันหัวเราะอย่างมีความสุข อยากกินอะไรหรืออยากได้อะไรสามีก็จะหามาให้ ฉันรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดเลยกำหนดคลอดก็มาถึง ฉันกับสามีจึงมานอนรอคลอดที่โรงพยาบาล หลังจากทำเรื่องนอนโรงพยาบาลเสร็จ ฉันก็เริ่มปวดท้องอย่างหนัก สามีจึงรีบไปเรียกหมอมาดูอาการ หมอบอกว่า “ลูกกำลังจะคลอดออกมาแล้ว แต่ไม่ต้องกลัวผมจะอยู่ข้างๆคุณเอง เราจะทำการตรวจเช็คร่างกายให้คุณแม่ก่อนนะครับ คุณจะคลอดธรรมชาติหรือจะผ่าครับ?” ฉันตอบหมอไปว่า “ฉันจะคลอดธรรมชาติคะ” สามีจึงบอกกับฉันว่า “ผมเห็นคุณปวดท้องเหลือเกิน เราเลือกผ่าออกก็ได้นะ” คุณหมอดูอาการแล้วพูดว่า “ภรรยาของคุณเหมาะที่จะคลอดธรรมชาตินะครับ เพราะการผ่าทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้ากว่าการคลอดโดยธรรมชาติครับ”

ไม่นานหมอก็เข็นฉันเข้าห้องทำคลอด ทันใดนั้นเองสามีก็บอกจะเข้าไปด้วย แต่คุณหมอไม่อนุญาต แต่สามีบอกว่าเขาจะเข้าไปดูแลลูกและฉัน
ตอนนั้นฉันปวดท้องมาก จึงบอกหมอว่าให้สามีเข้าไปด้วย คุณหมอจึงอนุญาตให้เข้าไป “แต่ห้ามรบกวนการทำงานของหมอนะครับ”
เมื่อเข้าห้องคลอด เมื่อหัวของลูกออกมาคุณหมอผู้ชายก็เข้ามาช่วยทำคลอดให้ ตอนนั้นเองสามีโกรธมาก แล้วพูดว่า “ทำไมถึงให้หมอผู้ชายทำคลอดละ ผมของเปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิง” แต่หมอที่ทำคลอดบอกว่า “หัวเด็กออกมาแล้วจะเปลี่ยนตอนนี้มันไม่ทันแล้วนะครับ ยังไงต้องทำคลอดให้เด็กก่อนนะครับ”
สามีอาละวาดใหญ่ทำให้พยาบาลต้องรีบพาสามีออกจากห้องคลอดทันที สามีบ่นต่ออีกว่า”ผมจะฟ้องโรงพยาบาลนี้” เมื่อทำคลอดเสร็จคุณหมอก็เดินออกมาแล้วพูดว่า “ยินดีด้วยนะครับ คุณได้ลูกสาวที่แข็งแรงสมบรูณ์มาก”
ฉันมองดูลูกสาวความเจ็บปวดก็หายไปจนหมดสิ้น ฉันรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคุ้มมากที่แลกด้วยหนึ่งชีวิตนี้ หลังจากกลับบ้านฉันเริ่มอยู่ไฟ แต่สามีไม่สนใจฉันเริ่มเปลี่ยนเป็นคนละคน วันๆยุ่งแต่เรื่องนอกบ้าน นอกจากทำอาหารให้แล้ว เขาไม่ช่วยเรื่องอื่นๆเลย ฉันจึงอยากให้แม่สามีมาช่วยเลี้ยงดูให้ แต่สามีไม่ยอมบอกว่าแม่สามีสุขภาพร่างกายไม่ดี ดูแลลูกให้เราไม่ได้
.
.
บางคืนหากลูกร้องไห้ สามีก็ไม่สนใจเลย ไม่ยอมอุ้มลูกยังด่าว่าฉันเลี้ยงลูกไม่เป็น ฉันสุดทนจนโทรไปหาแม่ของฉันขอให้เขามาช่วยดูแลฉันและลูกขณะอยู่ไฟ หลังจากที่อยู่ไฟเสร็จแม่ก็กลับบ้านไปแล้ว
ทุกวันหลังจากนั้นสามีกลับบ้านดึกมาก ทำให้เราไม่มีเวลาได้พูดคุยกันเลย ขนาดฉันไม่มีเงินซื้อผ้าอ้อมขอร้องให้สามีช่วยซื้อมาให้หน่อย เขาก็บอกว่าลืมทุกครั้ง
วันหนึ่งฉันจึงโทรศัพท์ไปที่ทำงานเพื่อนถามว่าเขาจะกลับมาหรือยัง แต่เพื่อนร่วมงานบอกว่าเขาเลิกงานตามเวลาทุกวัน แต่เมื่อฉันโทรเข้ามือถือเขาก็ไม่ยอมรับ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันจึงถามสามีว่า “ไปไหนมา?” เขากลับพูดว่า “เธอไม่มีสิทธิที่จะยุ่งเรื่องของฉัน เพราะขนาดเธอยังให้ผู้ชายคนอื่นดูของเธอหมดแล้ว”
เมื่อฉันได้ยินแบบนี้ ฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก ฉันจึงเข้าใจว่าที่แท้แล้วเป็นเพราะคุณหมอทำคลอดเป็นผู้ชายนั้นเอง ฉันไม่นึกเลยว่าสามีจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขนาดนี้ ฉันไม่รู้จะตอบสามียังไง ก็เลยเดินเข้าห้องไป
คืนวันนั้นเองฉันร้องไห้ทั้งคืน เพื่อลูกฉันต้องทนให้ได้ หลังจากนั้นมาฉันก็เริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น ทำทุกอย่างด้วยตนเองไม่พึ่งสามีอีกต่อไป ฉันหวังว่าคงมีสักวันที่สามีจะเข้าใจและกลับมาดีกันเหมือนเดิม แต่หลังจากนั้น 4 ปี สามียิ่งเย็นชากับฉันมากขึ้น หลังจากที่ฉันคลอดลูกจนถึงปัจจุบันสามีไม่เคยถูกต้องตัวฉันอีกเลย

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราทะเลาะกันบ่อยมากขึ้น สามีชอบเอาเรื่องคุณหมอที่ทำคลอดเป็นผู้ชายมาเถียงกับฉัน จนวันหนึ่งฉันสังเกตเสื้อของสามีมีกลิ่นน้ำหอมและรอยลิปสติกเปื้อนอยู่ ตอนนั้นเองน้ำตาของฉันก็ร่วง ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยท้อใจเลย แต่ครั้งนี้ต้องมาเจอเรื่องชู้ ทำให้ฉันตัดสินใจ เรียกสามีมานั่งคุยกันอย่างสงบว่า “เราหย่ากันเถอะนะ” แต่เขาไม่ยอม

สามีให้เหตุผลว่าเด็กยังเล็กอยู่ หน้าที่การงานกำลังจะได้เลื่อนขั้น หากที่บ้านมีปัญหาเรื่องครอบครัวจะทำให้กระทบกับการเลื่อนขั้นในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดเรื่องนี้อีก ท่าทีของสามีดีขึ้นบ้าง ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อฉันแต่เพื่องานของเขา ฉันรู้สึกว่าชีวิตแต่งงานของฉันล้มเหลวอย่างมาก “ฉันควรจะหย่าดีไหม?” ฉันจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อแม่ แต่ท่านทั้งสองบอกว่า “ทนๆอีกหน่อย อนาคตที่ดีของสามีกำลังจะมา อีกหน่อยพวกเธอสองแม่ลูกก็จะได้สบาย อีกอย่างลูกของเธอยังเล็กอยู่ หย่าตอนนี้คนที่น่าสงสารที่สุดคือลูกของเธอนะ”
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม สามารถนำมาซึ่งเสียงหัวเราะและความสุข หลายคนทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าหาความสุขที่ตนเองต้องการ ชีวิตรักก็เหมือนกัน หากฝ่ายตรงข้ามรักเรามากเท่าไหร่ก็จะใส่ใจเรื่องของเรามากเท่านั้น เหมือนกันฉันที่สามีรักฉันมากจนไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน ขนาดหมอทำคลอดเป็นผู้ชายเขายังโกรธได้ขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนว่าฉันไม่ใช่ของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี? ฉันอยากจะคิดให้มากขึ้น ทำเพื่อครอบครัวให้มากขึ้นแต่ดูเหมือนสามีของฉันคงจะไม่มีวันกลับมารักฉันอีกแล้ว