“ปุ๊กกี้ ปริศนา” แฉแหลก! “สามี” คว้าเพื่อนสนิทมาเป็น “ภรรยาน้อย”


วันนี้เจ๊หวานบอกเลยว่าหลายคนคงยังคิดถึงเพลงในยุค 90 อันโด่งดังเพลงหนึ่ง คงขาดไม่ได้ที่จะมีเพลง “ชาลาล่า” อยู่ในลิสต์ชื่อเพลง เพลงฮอตติดหูพร้อมด้วยท่าสุดฮิตที่เต้นกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองในสมัยนั้น แถมเรียกได้ว่าเป็นเพลงแจ้งเกิดของอดีตนักร้องดังลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย “ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง” หรือ “ปุ๊กกี้ ชาลาล่า” ได้เลยทีเดียว ด้วยความน่ารักในวัยเด็กของเธอ ทำให้เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก


หลังจากก็หายหน้าหายตาไปจากวงการเพลงและได้ตัดสินแต่งงานไปมีครอบครัว โดยครั้งแรกได้แต่งงานกับ “นายสุรพันธ์ จำลองกุล” หรือ “ต๋อง วงทู” ด้วยวัยเพียง 16 ปี โดยไม่ฟังคำคัดค้านใด ๆ จากญาติผู้ใหญ่แม้แต่น้อย ถึงขั้นอาละวาดทำร้ายร่างกายยาย การทะเลาะกับแม่เลยทีเดียว


โดยคู่มีพยานรักด้วยกัน 2 คน โดยคนโตเป็นลูกสาวชื่อว่า “น้องเพบเบิ้ล” อีกคนเป็นลูกชาย “น้องแบมแบม” และได้ใช้ชีวิตอยู่กินร่วมกันมา 7 ปี แต่ต่อมาทั้งคู่ก็มาระหองระแหงจนถึงขั้นหย่าร้างกันเมื่อกลางปี 2547 และแยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่ และทางฝ่ายสาวปุ๊กกี้ก็ไม่ได้พบกับลูกทั้ง 2 คนอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


หลังจากนั้น ปุ๊กกี้ แต่งงานใหม่อีกครั้งกับ “เอ้ ปาณสาร จันทน์หอม” ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียได้ประมาณ 4 ปี ก็เลิกรากันไปอีกครั้ง เหมือนชีวิตรัก จนมาถึงการแต่งงานครั้งที่สามกับสามีพ่อม่ายนักธุรกิจวัยห่างกัน 11 ปี และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน แต่ชีวิตรักของเธอก็ต้องพบกับปัญหาความรักอันแสนสาหัสอีกครั้ง เมื่อเพื่อนสนิทในวงการมาตีท้ายครัว เพื่อนสนิทแอบมาเป้นเมียน้อยสามีของตัวเอง”


ล่าสุด ปุ๊กกี้ได้มาเปิดใจในรายการ “คุยเช้า Show” ทางช่อง One 31 เกี่ยวกับเรื่องราวความรักที่ผ่านมาของเธอเอาไว้ว่า
” ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันกับสามีค่ะ สถานะโอเคมั้ง มีลูกคนที่ 3 เป็นผู้ชาย อายุ 3 ขวบครึ่งแล้ว เราเคยเกือบจะเลิกกัน เพราะตอนนั้นเขาเป็นโรคหลงตัวเอง (Narcissistic personality disorder) สามีไม่ได้หลงตัวเองว่าหล่อรวย แต่เหมือนเป็นโลกหมุนรอบตัวเขา เขาถูกเสมอ มีหลายเหตุการณ์ พอไปอ่าน ก็เจอตรงทุกข้อเลย ตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไมเราเข้ากันไม่ได้ ทำไม่ไม่ถูกใจเขาซะที คิดว่าเป็นเพราะเรา แต่พอไปศึกษามาจริงๆแล้วเขาก็ป่วย ไม่ได้ป่วยเป็นโรคประสาท ไม่เคยไปหาหมอเพราะเขาไม่ยอมรับการรักษา เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ป่วย มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเราก็ทำใจตรงนั้นไว้ว่าเขาไม่สบาย ถ้าเขาปกติแล้วเป็นแบบนั้นคงไปนานแล้ว ถามว่ารักมากมั้ย ก็เคยรักมาก ทุกวันนี้เราเข้าใจเขามากกว่า


เมื่อรู้ว่าสามีเอาเพื่อนสนิทที่เคยรู้จักกันในกลุ่ม มาเป็นภรรยาน้อย ตอนที่รู้โลกไม่แตกนะ เหมือนเจอเรื่องราวที่บั่นทอนมาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว มันชาไปหมดแล้ว เราสงสัยว่าต้องมีอะไรกับใครสักคนหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเป็นคนนี้ พอทราบว่าเป็นคนนี้ขอบคุณมากที่ได้คำตอบเพราะเราหาคำตอบมานานว่าใคร ผู้ชายโทร.ไปไม่รับสาย จะมีอะไรนิดหน่อยที่เซ้นส์ผู้หญิงเราจับได้ หรืออะไรจุกจิกที่เขาเผลอลืมบ้าง คือผ่านไป 3 ปีแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นแหกแน่นอน แต่เรามองว่าไม่มีประโยชน์อะไรไปถามเขา เพราะคำตอบที่ได้มาคือเราผิด เราต้องเป็นคนผิดอยู่ดี ไม่มีประโยชน์ที่ต้องไปถามเขาว่าทำอะไรกัน หลังจากนั้นเราก็อยู่ของเรา เขาก็อยู่ของเขา เราก็สังเกตอยู่ห่างๆ เราก็ไม่ได้เลิกกัน อีกฝ่ายก็ไปมาหาสู่กัน มีลูกด้วยกัน สถานภาพก็ไม่งง ทางออกเดียวคือต้อง หนีจากเขาไปถ้าจะเลิก แล้วเราจะหนีไปไหน บ้านก็บ้านเรา เราต้องใช้เงิน ลูกอีก จะหอบไปไหน หนีก็หนีไม่พ้นถ้าใจเรายังผูกพันกันอยู่

เราเดินทางผ่านจุดที่เรียกว่า “คิดจะฆ่าตัวตาย” มาแล้ว แต่ก็ลงมือทำไปเหมือนเรียกร้องความสนใจมากกว่า ก็ทำร้ายตัวเองเอาคัตเตอร์ฟันแขน ไม่รู้สึกเจ็บเลย เจ็บใจมากกว่า คือเราเป็นคนที่เก็บกด ไม่พูดไม่ถามไม่ปะทะ มันก็เลยเก็บๆ ไว้ วันที่เราไม่ไหว เหมือนเพื่อนๆ นั่งกันอยู่ อยู่ดีๆ ก็เอามากรีด เรามีภาวะโรคซึมเศร้าสมัยก่อนอยู่แล้ว มันรีบอร์นกลับมา อันนั้นรักษาในโรงพยาบาล 2 อาทิตย์ มาครั้งนี้ก็รักษา 10 วัน ไปศรีธัญญามาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ไม่มีโรคซึมเศร้าแล้ว ดีขึ้นมาก แต่กลายเป็นว่าเราแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีความอ่อนหวาน ไม่มีความเป็นผู้หญิง คนนี้คบเป็นสิบปีแล้ว คืออยู่กับคุณต๋อง วงทูมา 7 ปี อยู่กับคนที่ 2 ด้วยกัน 4 ปี คนที่ 3 อยู่ด้วยกันเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว

ส่วนตัวกับลูกก็มีการติดต่อมีการคุยกันบ้าง ลูกคนโตไม่ได้เจอเพราะเขาเรียนอยู่ต่างจังหวัด คนโตอายุ 19 ปี อีกคนอายุ 16 ปีได้เจอตามโซเชียล ตอนแรกที่ติดต่อไม่ได้เลย เพราะเขาเด็กมาก ก็ทำใจแล้วว่าสักวันหนึ่งเขาคงเข้าใจและติดต่อมา ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ย้อนกลับไปในสิ่งที่แม่พูดเมื่อ 20 ปีในวันนั้น มันย้อนมาวันนี้ การที่เราทำให้บุพการีเสียใจก็ส่งผลแน่นอน เราไม่ได้ฟังคุณแม่ในวันนั้น เราก็พูดกับลูกเสมอให้ดูชีวิตแม่เป็นตัวอย่างแต่ไม่ได้ให้เอาเป็นตัวอย่างเพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เอาความผิดพลาดของแม่มาดูแล้วอย่าทำอย่าเดินตาม

ส่วนความสัมพันธ์กับสามีคนปัจจุบัน เราจะไปคาดหวังกับเขาไม่ได้ เราต้องเอาตัวเองเป็นหลัก เราอยู่ของเราแบบนี้ แต่คุณจะเอายังไง แล้วแต่คุณ ทำใจไว้ตรงนั้น ความเปลี่ยนแปลงถ้าจะเกิดขึ้นจะเป็นฝั่งสามี เพราะเราเคยขอร้องแล้ว ไล่ก็แล้ว แหกกันก็แล้ว พูดดีๆ ก็แล้ว รั้งก็แล้ว แต่ยังเป็นอย่างนี้อยู่ ยังคาราคาซัง

“ถ้ามีโอกาสได้กลับมาทำงานในวงการบันเทิงก็จะรับไว้ เพราะเป็นอะไรที่เคยคลุกคลีมา แต่ก็แก่แล้ว เข้าหลัก 4 แล้ว เด็กใหม่มาเราก็ถอย มีอะไรเราก็ทำไป วิบากกรรมที่เจอไม่ท้อ เราก็ไปต่อ หลังจากนี้ก็มองไปเรื่องอนาคต อยู่เป็นหลักเป็นฐานให้ลูกเท่าที่จะทำได้ ลูกคนเล็กเพิ่ง 3 ขวบ เราก็จะ 40 แล้ว กับลูกอีก 2 คนก็อยากเจอ แต่ตอนนี้ก็คุยกันผ่านแชต ก็สนิทกัน กับพี่ต๋องในอดีตมีปัญหาแต่ตอนนี้ไม่มีอะไร แต่ไม่ได้คุยกัน

“เรื่องอนาคตกับสามีคนปัจจุบันเราจะไปคาดหวังอะไรกับเขาไม่ได้ เราเอาตัวเราเองเป็นหลัก ฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดจากเขา เราเคยขอร้องก็แล้ว ไล่ก็แล้ว รั้งก็แล้ว ไล่ไปจากชีวิต แหกก็แล้ว พูดดีๆ ก็แล้ว แต่ก็ยังเป็นแบบนี้ คาราคาซัง”
ต่างคนต่างหาเงินเอง ไม่ใช้กระเป๋าเดียวกันเคยใช้กระเป๋าเดียวกันในอดีต ตอนนั้นธุรกิจเขาค่อนข้างดี แต่มีช่วงหนึ่งที่อยู่ดีๆ เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบงานก็ทิ้งหมดเลย ก็เกิดปัญหาตรงนั้น เราก็ดูแลตัวเองมาตลอด เขาก็ดูแลตัวเขาเอง สุดเหนื่อยชีวิตที่ผ่านการมีสามีถึง 3 คน ถ้าเลือกได้อยากกลับไปจุดที่อย่าเจอกันเลย อยากบอกเลยว่าเหนื่อยมาก อยากกลับไปจุดที่เราอย่าเจอกันเลย เราไม่น่าเจอกันเลย บางทีนั่งอยู่เฉยๆ ทำไมเหนื่อยเหลือเกิน ไม่มีแรงทำอะไร ทั้งที่เราไม่ได้ไปทำงาน ขึ้นรถเมล์ไปทำงาน เรานั่งอยู่เฉยๆ แต่เหนื่อยเหลือเกิน ”

(ชมคลิป)

ปุ๊กกี๊ปริศนาเคราะห์ซ้ำกรรมซัด สามีป่วยแถมเอาเพื่อนสนิทมาเป็นเ…

ปุ๊กกี๊ปริศนาเคราะห์ซ้ำกรรมซัด สามีป่วยแถมเอาเพื่อนสนิทมาเป็นเมียน้อย! เผยวินาทีคิดฆ่าตัวตาย!!#คุยเช้าSHOW #One31

Posted by คุยเช้าShow on Tuesday, 11 July 2017

ทีมงานอยากรู้จัดเดินไปคุยกับปุ้กกี้ต่อ สรุปเมียน้อยคือเพื่อนสนิทในวงการบันเทิง!!!ทำไมทำกันได้ลง #one31 #คุยเช้าshow #แชร์เลย

Posted by คุยเช้าShow on Tuesday, 11 July 2017