“นางเลิ้ง” มาจาก “อีเลิ้ง” (อดีต) ย่านบ่อนยอดฮิต!


ว่ากันว่าตลาดนางเลิ้งเป็นตลาดเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนับร้อยปี อาจารย์นนทพร อยู่มั่งมี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี) เล่าว่า ที่บริเวณนี้แต่เดิมไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่อง “ตลาด” หรือ “ย่านของกิน” แต่อย่างใด กลับเป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องของ “บ่อนการพนัน” ที่อยู่มานานและเป็นบ่อนแห่งท้ายๆ ของกรุงเทพฯ ที่ถูกยุบ ด้วยเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญ (ให้กับทั้งรัฐและเอกชน)

ส่วนชื่อ “นางเลิ้ง” นั้น ว่ากันว่าเดิมที่มาจากคำว่า “อีเลิ้ง” ซึ่งคุณเอนก นาวิกมูล นักสะสมของเก่าตัวยง ก็ไปพบความหมายจากหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอบรัดเลย์พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2416 ว่า “อีเลิ้ง” หมายถึง “ม่อใหญ่สำหรับใส่น้ำนั้น” ส่วนพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายว่า อีเลิ้งหมายถึงตุ่มหรือโอ่งใหญ่ เรียกกันว่า ตุ่มอีเลิ้ง หรือตุ่มนางเลิ้ง หรือโอ่งนครสวรรค์

ที่ได้ชื่อนี้มาก็คงเพราะย่านนี้แต่เดิมเป็นแหล่งขึ้นตุ่มอีเลิ้งจากคลองผดุง ก่อนหน้าที่กิจกรรมอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นบ่อน ตลาด หรือสนามม้าจะตามมาในภายหลัง แต่คำว่า “อี” คนเมืองอาจจะฟังแล้วอาจจะไม่สบายหูนักจึงเปลี่ยนไปใช้คำว่า “นาง” แทน

ส่วนการเปิดตัวตลาดนางเลิ้งนั้น คุณเอนก เล่าว่า หนังสือพิมพ์ “บางกอกสมัย” ฉบับวันที่ 30 มีนาคม ร.ศ. 118 หน้าที่ 13 บอกว่า เปิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ร.ศ. 118 หรือ พ.ศ. 2442 (แต่สมัยนั้นขึ้นปีใหม่ตอนเดือนเมษายน ถ้านับเปลี่ยนพ.ศ.ตอนเดือนมกราคมอย่างปัจจุบันก็จะตรงกับปี พ.ศ.2443)
และในหนังสือพิมพ์บางกอกสมัยก็มีข่าวเกี่ยวเนื่องกับตลาดนางเลิ้งในวันเปิดตัวที่น่าสนใจข่าวหนึ่งที่ขึ้นพาดหัวว่า “เจ้าคณเหนจะไม่ห้าม” (เจ้าคณะเห็นจะไม่ห้าม) เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นพระสงฆ์องค์เจ้ามาร่วมวงพนันขันต่อกับชาวบ้านในงานนี้ด้วย

เนื้อข่าวดังกล่าวที่คุณเอนกนำมาลงไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กุมภาพันธ์ 2543 โดยไม่เปลี่ยนวิธีการเขียนใดๆ เลยมีความว่า

“เมื่อวันที่ ๒๙ เดือนนี้ซึ่งเปนวันประชุมเปิดตลาดนางเลิ้งวันแรกนั้น บันดาผู้ที่พอใจพากันไปเที่ยว ณ ที่ตลาดนั้น มิใช่แต่มหาชนชาวบ้านเมื่อไร พระสงฆ์อารามต่างๆ ก็ได้พากันไปดูและเล่นการพนันเป็นหมู่ๆ ขณะพระสงฆ์แทงไม้หมุนเล่นการพนันนั้น พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตรเหน แลรับสั่งว่า ‘ว่าแกเตมทีนัก’ แล้วก็ได้เสดจพระราชดำเนินประพาศต่อไป”

ข่าวนี้ทำให้เราจินตนาการเห็นบรรยากาศที่คึกคักของบ้านเมืองสมัยนั้น ซึ่งการพนันยังไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย ชาวบ้านรวมไปถึงพระก็ยังมาร่วมเสี่ยงดวงกันในย่านนางเลิ้ง ในวันที่มีงานอีเวนต์ใหญ่ระดับที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาร่วมงามด้วย ขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้ว่าคำว่า “นางเลิ้ง” นี้เรียกกันมานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว มิใช่ว่าเพิ่งมาเปลี่ยนจาก “อี” เป็น “นาง” เอาเมื่อสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ