อิทธิฤทธิ์ “หลวงปู่พิบูลย์” เอากระโถนครอบวัวธนู ของเด็กเกเรที่ส่งมาเล่นงาน พร้อมกักวิญญาณไว้ พ่อแม่ต้องอ้อนวอนให้ช่วย ถึงฟื้นอีกครั้ง!!


วันนี้เจ๊เหมียวมีเรื่องดีๆๆ มาบอกต่อ สำหรับ “อภินิหารหลวงปู่พิบูลย์” วัดพระแท่น จ.อุดรธานี

เทวดาเอาไม้เท้ามาถวาย

ต่อมาหลวงปู่ก็ได้ลาญาติโยมชาววัดเกาะแก้วเกาะเกศ มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือของอำเภอหนองหาน พอมาถึงบ้านเชียงงามก็เลยไปพักอยู่ที่วัดร้าง (วัดไม่มีพระจำพรรษาอยู่) พ่อเวียงได้เห็นหลวงปู่เข้ามาอยู่ที่วัดจึงได้แต่งขันหมากขันพลู บุหรี่ออกไปหาหลวงปู่ที่วัด เมื่อถวายท่านแล้วก็ถามถึงที่มาที่ไปของหลวงปู่ว่ามาจากที่ไหน จะไปไหนหลวงปู่บอกว่า ” จะไปบ้านไทย (บ้านแดงในปัจจุบัน)” ทีอยู่ติดกับริมห้วยหลวง หลวงปู่เลยถามโยมเวียงว่า ” ยังอีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านไทย ” โยมเวียงบอกว่ายังอีกไกลอยู่ ” เพราะถึงวันเข้าพรรษาแล้ว ข้าน้อย(กระผม) ขอนิมนต์ปู่อยู่จำพรรษาที่วัดนี้ก่อน

หลวงปู่ก็รับปาก หลวงปู่เลยถามว่า ” มีผู้เอาอะไรมาฝากไว้กับโยมหรือไม่เมื่อหลายปีก่อน” โยมเวียงบอกว่า ” มีตาปะขาวคนหนึ่งได้นำอะไรไม่ทราบมาฝากผมไว้ ยาวประมาณ 4 ศอก แต่เอาผ้าข่าวห่อไว้ไม่ให้ผมเห็นและไม่ให้บอกใคร จนกว่าเจ้าของจะมาถามเอา ” หลวงปู่เลยบอกว่า ” ไม้เท้าหลวงปู่เอง ” พอค่ำโยมเวียงก็นิมนต์หลวงปู่เข้าไปดูแล้วโยมเวียงก็นำมาถวาย หลวงปู่คลี่ผ้าขาวออกก็เห็นเป็นไม้เท้า และภายในตัวไม้เท้ามีหนังสือธรรมเขียนไว้บนไม้เท้าว่า ” หลวงปู่พิบูลย์ ” ลักษณะไม้เท้านี้ปลายแหลมข้างล่างเป็นเหล็กง่ามสองแฉก และตัวไม้เท้าเป็นปล้อง ๆ จะว่าเป็นเหล็กก็ไม่ใช่ เป็นไม้ก็ไม่เชิง ส่วนผ้าที่ห่อไม้เท้านั้นโยมเวียงได้ขอเอาเป็นอนุสรณ์ ผู้ที่ฝากของไว้พอฝากก็หายตัวไปเลย โยมเวียงไม่รู้จักจึงได้ถามหลวงปู่ว่าเป็นใคร หลวงปู่บอกว่าเป็นเทพบุตร พอสนทนากับโยมเวียงพอสมควรแล้วหลวงปู่ก็กลับมาพักที่วัด และจำพรรษาที่วัดบ้านเชียงงาม ตลอดพรรษานั้น

หลวงปู่ใช้กระโถนครอบวัวธนู

ช่วงระยะกลางพรรษามีไอ้หนุ่มเกเรคนหนึ่งชื่อ ” นายเถิก” เรียนเดรัจฉานวิชา ตอนกลางคืนออกเที่ยวตอนกลางวันมาพักที่วัดแห่งนี้ หลวงปู่เห็นอยู่หลายวันจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนว่า ” ทำไมจึงได้มานอนอยู่ที่นี่ เป็นคนเกียจคร้านหลีกการงานจากพ่อแม่ หาที่ซ่อนตัวไม่อยากทำงานช่วยพ่อแม่ใช่ไหม กลับไปทำงานช่วยพ่อแม่เถอะ ” เมื่อนายเถิกได้ยินหลวงปู่ว่าให้อย่างนั้น จึงเดินหนีด้วยกิริยาอาการที่โกรธมาก พอประมาณตีสองของคืนนั้น นายเถิกก็ได้ปล่อยวัวธนูหมายจะทำร้ายหลวงปู่ให้เสียชีวิต วัวธนูก็ได้มาบินวนอยู่ที่กุฏิหลวงปู่ถึงสามรอบ เสียงดังเหมือนฟ้าร้อง และลงไปวิ่งวนรอบตัวหลวงปู่หวังจะทำร้าย แต่เข้าไม่ถึงตัวหลวงปู่ ๆ เลยเอากระโถนครอบวัวธนูนั้นไว้ทันที ต่อมาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องไห้วิ่งแตกตื่นกันไปดูว่านายเถิกไหลเสียชีวิต จนกระทั่งรุ่งเช้าหลวงปู่ออกเดินบิณฑบาตเห็นชาวบ้านกำลังทำไม้มงคลอยู่ (ไม้หีบศพ) หลวงปู่เลยถามว่า ” ญาติโยมพากันทำอะไร ” ชาวบ้านบอกว่า ” ทำไม้หีบศพนายเถิก มันไหลเสียชีวิตเมื่อตอนตีสองของเมื่อคืนนี้ ” หลวงปู่เลยบอกว่า ” ไม่ต้องทำหรอก คนสันดานไม่ดี(ขี้ดื้อ) ” ชาวบ้านเลยถามว่า ” ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรดีหลวงปู่ ” หลวงปู่เลยบอกว่า ” เอาน้ำมนต์ของหลวงปู่กินเดี๋ยวมันก็ฟื้นขึ้นมา ”

โยมเหล่านั้นก็กุลีกุจอรีบไปตักน้ำมาให้หลวงปู่ทำน้ำมนต์ หลวงปู่บอกว่า ” ยังทำไม่ได้เพราะบิณฑบาตอยู่ ให้หลวงปู่และฉันภัตตาหารเช้าเสร็จก่อน ” พอหลวงปู่เสร็จกิจแล้วโยมได้นำดอกไม้ธูปเทียน และขันน้ำมนต์เข้าไปถวายหลวงปู่เพื่อทำน้ำมนต์ หลวงปู่ก็ทำให้เสร็จแล้วก็บอกว่า ” เอาไปล้างหน้าและให้หยอดเข้าปากไม่นานก็จะฟื้นขึ้นมา ” ชาวบ้านได้ทำตามนั้นไม่นานนายเถิกก็ฟื้น ลืมตาขึ้นร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ว่าหลวงปู่ผูกมัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ พอนายเถิกตั้งสติได้พ่อแม่ก็นำมาคารวะหลวงปู่ พร้อมชาวบ้านแห่ตื่นกันออกมา หลวงปู่จึงแนะนำให้นายเถิกไปบวชกับพระอุปัชฌาย์ และมาเป็นผู้อุปฐากหลวงปู่อยู่ที่นั้น

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาข้อมูล ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม