!!!…สวนกระแสสังคม…!!! ชูชาติ อดีตผู้พิพากษาซัด “พวกรักสบาย” หนุน “นั่งท้ายกระบะ” ถาม “เจ็บ-ตาย” ใครเดือดร้อน !!!

สวนกระแสสังคม !!! ชูชาติ อดีตผู้พิพากษาซัด “พวกรักสบาย” หนุน “นั่งท้ายกระบะ” ถาม “เจ็บ-ตาย” ใครเดือดร้อน !!!

นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “Chuchart Srisaeng” กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงคำสั่ง คสช.ที่ 14/2560 ที่ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.60 ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายในสังคม ออกมาคัดค้าน โดยอ้างว่า จะส่งผลกระทบในหลายด้าน จนในที่สุด นายกรัฐมนตรี ได้เลื่อนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไป หลังเทศกาลสงกรานต์ นั้น

นายชูชาติ ระบุว่า คำสั่งดังกล่าว แม้จะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และวิถีชีวิตประชาชนคนไทยก็จริง แต่ทั้งหมด ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย เพราะที่ผ่านมา สถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ประเทศไทย มีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนมากเป็นอันดับ 1 ของเอเซีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก

นายชูชาติ ระบุว่า รู้สึกแปลกใจที่มีผู้ออกมาโวยวายต่อต้านคำสั่งที่ออกมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน บทสรุปคือประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมีการศึกษามากหรือน้อยชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆ จะทำอะไรก็ทำโดยไม่ต้องคำนึงถึงบทกฎหมาย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่พอตนเองได้รับความเดือดร้อนก็โวยวายหาผู้รับผิดชอบให้ช่วยเหลือ

……….พ.ร.บ. จราจรทางบก บัญญัติให้
…..คนเดินข้ามถนนบริเวณที่เป็นทางข้ามหรือสะพานลอยให้คนเดินข้าม ก็เพื่อความปลอดภัยของคนที่เดินข้ามถนนและเพื่อช่วยให้การจราจรเป็นไปด้วยความคล่องตัว
…..ผู้ขับขี่และนั่งรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อกก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ที่นั่งรถจักรยานยนต์ไปด้วย
…..ผู้ขับขี่รถยนต์และผู้โดยสารรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ก็เพื่อประโยชน์ของบุคคลผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ที่เมื่อเกิดรถเฉี่ยวกันหรือพลิกคว่ำจะได้ไม่กระเด็นออกมาจากตัวรถ การห้ามไม่ให้นั่งรถยนต์กระบะด้านหลังส่วนที่เป็นกระบะเพราะไม่มีเข็มขัดนิรภัยให้คาด ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน
…..ผู้ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้องใช้ความเร็วไม่ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และห้ามไม่ให้ผู้ดื่มสุราที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือสารเสพติดอื่นขับขี่รถก็เพื่อประโยชน์ของผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารรถไปด้วยให้ได้รับความปลอดภัย
…..โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ปฏิบัติตนถูกต้องตามกฎหมายต้องได้รับอันตรายแก่ร่างกายและชีวิต จากผู้ที่ขับขี่รถโดยใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนดหรือเมาสุราหรือสารเสพติดอื่น
…..พิจารณากันดูว่าหากเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้ผู้ที่นั่งมาในรถได้รับอันตรายแก่กายหรือได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงกับทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ใครคือผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับความเดือดร้อน
…..ถ้าถึงแก่ความตายเผาหรือฝังแล้วก็จบกัน แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องได้รับความทุกขเวทนาหรือทุพพลภาพไม่สามารถช่วยตัวเองได้ นอกจากตนเองที่ต้องทนทุกข์ทรมานได้รับความเดือดร้อนแล้วยังมีผู้ที่ต้องรับความเดือดร้อนเพราะมีภาระดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพไปจนตลอดชีวิตคือบุคคลในครอบครัว บิดามารดา คู่สมรส บุตรหลาน หรือญาติพี่น้อง
…..ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,104 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 397 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3,271 คน
…..ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,919 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 478 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4,128 คน
…..รถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถยนต์กระบะ สาเหตุเกิดมาจากผู้ขับขี่เมาสุรามากที่สุด รองลงมาเป็นการขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
…..ช่วงเวลาที่ไม่มีเทศกาลใดๆ ข่าวเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีผู้บาดเจ็บและตายก็มีให้ได้ยินกันทุกวัน
…..ประเทศไทยเป็นประเทศมีอุบัติเหตุบนท้องถนนมากเป็นอันดับ 1 ของเอเซีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก
…..การที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ มีคำสั่งให้แก้ไข พ.ร.บ. จราจรทางบก และ พ.ร.บ. รถยนต์ ก็โดยมีเจตนาเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ต้องการให้การเกิดอุบัติเหตุลดลง ซึ่งก็คือการป้องกันประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ให้รับอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุ ทรัพย์สินไม่ต้องเสียหาย ไม่ต้องได้รับบาดเจ็บ ไม่ต้องกลายเป็นคนทุพพลภาพไปตลอดชีวิตและไม่ต้องเสียชีวิต
…..รู้สึกแปลกใจที่มีผู้ออกมาโวยวายต่อต้านคำสั่งที่ออกมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน สำหรับประชาชนที่มีการศึกษาน้อยด้อยความคิดอ่านก็ควรให้อภัย แต่ผู้มีการศึกษาสูงๆ โดยเฉพาะผู้ที่ประอาชีพทางกฎหมายทั้งๆ ที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนทั่วไปในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งอธิบายชี้แจงให้ประชาชนผู้ไม่รู้ได้รู้ กลับทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง
…..มีผู้กล่าวหาว่าเหตุที่มีการกระทำผิดกฎหมายอยู่ในปัจจุบันเพราะเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายปล่อยปละละเลยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคยชินกับการกระทำผิดกฎหมาย ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าบุคคลเหล่านี้เข้าไปเล่นการพนันในบ่อนผิดกฎหมายและเสียทรัพย์ทรัพย์สินไปมากมายก็คงกล่าวหาว่าเหตุที่ทำให้ตนเองกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัวก็เพราะเจ้าพนักงานไม่ทำการจับกุมปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันแน่เลย
…..กรมการขนส่งทางบกออกระเบียบให้ผู้ที่ต้องการขอใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ต้องใช้เวลาเรียนการขับรถยนต์มากขึ้น รับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์และความรู้ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อจะได้ผู้ขับขี่รถที่มีวินัยในการขับขี่รถมากขึ้น การเกิดอุบัติเหตุทางถนนจะได้ลดลง การจราจรจะได้ลดติดขัด ก็มีผู้ออกมาโวยวายต่อต้านจนกรมการขนส่งทางบกต้องประกาศเลื่อนการใช้บังคับไป
…..บทสรุปคือประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมีการศึกษามากหรือน้อยชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆ จะทำอะไรก็ทำโดยไม่ต้องคำนึงถึงบทกฎหมายหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่พอตนเองได้รับความเดือดร้อนก็โวยวายหาผู้รับผิดชอบให้ช่วยเหลือ
…..เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควรปล่อยให้ผู้ขับขี่และนั่งรถจักรยานยนต์ไม่ต้องสวมหมวกกันน็อก ให้ผู้ขับขี่และโดยสารรถยนต์ไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ให้นั่งรถรถยนต์กระบะด้านหลังได้ตามสบายจะยัดเยียดไปกี่คนก็ได้ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุก็เป็นเรื่องชีวิตและทรัพย์สินของเขาๆ จะเจ็บจะตายคนอื่นที่ไม่ใช่บุคคลในครอบครัวไม่ต้องเดือดร้อนด้วย
…..แต่ขอให้เคร่งครัดจับกุมเฉพาะผู้ที่ขับขี่รถในขณะมึนเมาสุราหรือสารเสพติดอื่นและผู้ที่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนด เพราะบุคคลเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อให้เกิดอุบัติเหตุด้วย
…..ท่านที่ไม่เห็นด้วยกรุณาไปเขียนแสดงความคิดเห็นในเฟสของท่าน ครับ !