!!!…จวกยับดราม่าสนั่น…!!! ถ้าประชาชนจะลุกฮือแบบนี้ ท่านๆจะว่าไง??!! ชาวเน็ตไม่ไหวแล้วว้อยยยย!!! เอารถไปคืนให้หมด ฟ้อง สคบ.ด้วย ฟ้องมันยันขนส่ง ยันประกัน มันคงใกล้ถึงจุดแตกหักแล้ว!! (รายละเอียด)


กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ “จากมาตรการบังคับใช้กฎหมาย กรณีผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ที่ทำการจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก ตามคำสั่งกฎหมาย ม.44 กรณีรถกระบะแบบมีแคปว่า สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ได้อธิบายและชี้แจงตรงกันว่า ไม่ใช่แค่ห้ามนั่งท้ายกระบะ แต่ตรงช่วงแคป ก็ห้ามนั่ง” และถ้าหากฝ่าฝืน เจอเป็นปรับทันที่!!

และล่าสุดเฮียมาร์คได้โพสต์รูปโพสต์จากเพจ กว่าจะได้เป็น “คุณนายเมียฝรั่ง” เกี่ยวกับกรณ๊เรื่องดังกล่าว ผ่านทางเพจ Pitbullzone โดยโพสต์ดังกล่าวมีข้อความระบุว่า….
“สมาชิกส่งมา … ถ้าคนมีรถกะบะเอาตามนี้กันจริงๆ ก็คงสนุกน่าดู 5555”


โดยโพสต์จากเพจ กว่าจะได้เป็น “คุณนายเมียฝรั่ง” ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกฏหมายห้ามนั่งแคปและท้ายกระบะไว้ว่า….
#สวัสดีจร้าพ่อแม่พี่น้อง
#คนมีปิคอัพอ่านเลยจร้า
#ร่วมด้วยช่วยกัน
ใครที่มีรถแคปให้ร่วมกันปฎิบัติดังนี้
1. นับแต่วันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไปซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลเข้มงวดจับคนนั่งแคปให้เจ้าของรถมีแคปทุกคันร่วมกันไปฟ้องสคบ.และบก.ปคบ.โทษฐานหลอกลวงผู้บริโภคไม่แนะนำชี้แจงตอนซื้ิอ-ขาย ในแค็ปจุคนโดยสารไ่ม่ได้ และขอเงินค่ารถคืนทั้งหมดพร้อมขอคืนรถยนต์
2. ขอคืนเงินภาษีที่ได้ชำระคืนเกินคืนจากกรมการขนส่งทั้งหมดนับแต่วันที่ซื้อรถยนต์แคปเป็นต้นมา เนื่องจากเราชำระในฐานะรถไม่เกิน 7 ที่นั่ง แต่รถยนต์แคปเป็นเพียงรถยนต์สองที่นั่ง แสดงว่าเราชำระภาษีเกินมาโดยตลอด
#ช่วยกันแชร์เยอะๆเลย
Cr.ทนายขวัญตา


ทั้งนี้หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย


แต่ล่าสุดวันนี้ ( 5 เม.ย.) พล.ต.ท. วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนท์ เพื่อวางมาตรการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าตำรวจเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็ดขัดนิรภัยขณะขับขี่ ไม่มีใบอนุญาติขับขี่ เมาแล้วขับ และ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยให้กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งรถส่วนบุคคลและรถของหน่วยงานราชการ รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาลงตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย

หากพบผู้ฝ่าฝืนไม่คาดเข็มขัดถือมีโทษปรับตามกฎหมายไม่เกิน 500 บาท แต่เจ้าหน้าที่จะเริ่มต้นปรับ 100-200 บาท ในเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้ปรับตัวกับข้อบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้น ส่วนในรถโดยสารสาธารณะ จะเน้นการบังคับใช้กับผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ขับขี่ เพราะถือเป็นเจตนาของผู้โดยสารในการละเมิดกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้รถใช้ถนนในการคาดเข็มขัดนิรภัย และ สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล ลดการสูญเสีย

ด้าน พล.ต.อ. สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษาสัญญาบัติ 10 กล่าวถึงการใช้รถผิดประเภท หรือ การบรรทุกคนบริเวณท้ายกระบะ ว่า การบรรทุกคนในกระท้ายรถนั้นไม่สามารถทำได้ แต่กรณีมีคนนั่งในหรือมีผู้โดยสารภายในแคปของรถนั้น เจ้าหน้าที่จะผ่อนปรนให้ โดยหากพิจารณาจากความจำเป็นและเดินทางไม่ไกล โดยจะตักเตือน แต่หากพบว่าเป็นการบรรทุกในเชิงรับจ้าง จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะในการเดินทางกลับภูมิลำเนาแทนการเดินทางไปภายในแคปของกระบะเพื่อความปลอดภัย


สำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์นั้น พล.ต.ท. วิทยา กล่าวย้ำ ห้ามเล่นน้ำบนท้ายรถกระบะขณะรถเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก แต่สามารถขึ้นไปเล่นสาดน้ำบนรถกระบะในขณะรถจอดหรือในบริเวณที่จัดไว้สำหรับเล่นน้ำ หากฝ่าฝืนถือมีโทษใช้รถผิดประเภท และขับรถโดยอาจเป็นอันตรายกับผู้อื่น
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน ห้ามจำหน่ายสุรานอกเวลาที่กำหนด ห้ามดื่มและจำหน่ายสุราในที่สาธารณะในช่วงเทศกาลโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน


อย่างไรก็ตาม มาตรการคาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถสาธารณะ(รถเมล์) ไม่ได้มีการบังคับครอบคลุมถึงรถประจำทาง แต่จะบังคับใช้ในรถโดยสารระหว่างจังหวัดเท่านั้น