!!!…โดนวิจารณ์หนัก…!!! น้องมิน สาวช็อกหมดสติขณะเที่ยวเกาหลี หลังพบหมดสติคาผับทั้งที่รู้ว่าตัวเองเพิ่งหายมะเร็ง


น้องมิน สาวช็อกหมดสติขณะเที่ยวเกาหลี โดนวิจารณ์ หลังพบหมดสติคาผับทั้งที่รู้ว่าตัวเองเพิ่งหายมะเร็ง พร้อมขุดภาพแฉไปตามศิลปินชื่อดัง เชื่ออาจไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้นจริง ๆ

จากกรณีที่นางสาวระภีภรณ์ นาสะอ้าน หรือ น้องมิน บัณฑิตมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ แต่เกิดช็อกหมดสติ เป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาลที่เกาหลีใต้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งทางครอบครัวได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือเพื่อขอส่งตัวกลับประเทศ ก่อนที่จะเปิดรับบริจาค ล่าสุดเธอจะฟื้นและรู้สึกตัวแล้วนั้น (อ่านข่าว : น้องมิน สาวช็อกที่เกาหลี พ้นขีดอันตรายแล้ว เผยค่ารักษา 7 วัน 1.2 ล้านบาท)
อย่างไรก็ดี จากเรื่องนี้มีกระแสในโลกออนไลน์ตั้งความสงสัย โดยเฉพาะกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ที่ตั้งหัวข้อว่า “สาวกาฬสินธุ์ที่ช็อกคาผับที่เกาหลี ควรปิดรับบริจาคได้แล้วไหมคะ” หลังมองว่าแท้จริงแล้วครอบครัวของน้องมิน ไม่ได้ยากจน เนื่องจากสามารถส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนได้ นอกจากนี้ หลังจากที่น้องมินรักษาตัวและมีผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือพอสมควรแล้ว แต่ครอบครัวกลับยังไม่ยอมปิดรับการบริจาค และสาเหตุสำคัญที่ไม่ได้เห็นใจคือการได้ทราบว่า น้องมิน หมดสติระหว่างเที่ยวที่ผับในเกาหลีนั่นเอง


ทั้งนี้หลังจากกระทู้ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน ว่าฐานะทางบ้านของน้องมินไม่น่าจะเรียกได้ว่ายากจน เพราะถ้าน้องมินมีเงินเที่ยวผับ มีเงินเที่ยวต่างประเทศ มีเงินเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน แม้เงินนั้นจะเป็นเงินกู้มา ก็แสดงว่าบ้านน้องมินไม่ได้จนจริง และเฉพาะประเด็นที่น้องเคยป่วยเป็นมะเร็งและต้องทำคีโม แต่ก็ยังเข้าผับ และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุที่ร่างกายรับไม่ไหว ส่วนอีกเรื่องที่ถูกวิจารณ์คือการไปเกาหลีครั้งนี้ น้องมินน่าจะไปตามศิลปินเกาหลี ซึ่งมีหลักฐานคือโพสต์สุดท้ายในเฟซบุ๊กของเธอที่ลงภาพไว้ก่อนจะเข้าโรงพยาบาล ทำให้บางส่วนเลือกที่จะไม่สงสาร รวมถึงออกมาตำหนิอีกด้วย


ขณะที่คำชี้แจงของเพื่อนที่ไปเที่ยวน้องมิน ที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก Supitcha Newzl Pimton ระบุว่า ตนเป็นผู้ที่อยู่กับน้องมินตลอดเวลา เรื่องที่น้องมินเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่าน้องมินมีฐานะ ซึ่งมินต้องดิ้นรนหนักกว่าจะเรียนจบ พ่อแม่เองก็ไม่ค่อยมีเงิน ดังนั้นการไปเที่ยวที่เกาหลีใต้จึงเป็นการไปเที่ยวหลังเรียนจบ และน้องมินใช้เงินเก็บไปกับเพื่อน ๆ และค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงอย่างที่คิด

ส่วนเรื่องที่น้องมินเป็นมะเร็งนั้น เพื่อนบอกว่า น้องมินเองเคยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 แต่ปัจจุบันสามารถรักษาจนหาย

ส่วนประเด็นเที่ยวผับและสลบน็อกคาผับนั้น ตนยอมรับว่าเข้าไปผับจริง เนื่องจากวันนั้นเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะกลับเมืองไทย และในผับในย่านนั้นได้จัดโปรโมชั่น 10,000 วอน แลก 1 ดริงค์ (ประมาณ 300 บาท) ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่น ทั้งกลุ่มจึงเข้าไปเที่ยวผับ แต่น้องมินก็ไม่ได้ดื่มเยอะ เพราะเข้าไปได้ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น จากนั้นน้องมินจึงล้มลง

“วันนั้นเป็น Friday Night คือบรรยากาศมันช่าง… ทำให้พวกเราอยากรู้อยากลองเหลือเกิน เราต่อแถวและได้เข้าคลับประมาณ 11.15 เราได้กันมาคนละ drink เราก็เต้นกันไปตามประสาในคลับ ซักพักเพื่อนของเรา มิน ก็ล้มลง เวลาตอนนั้นประมาณ 11.40 ได้ (ยังไม่ถึงชั่วโมงเลย= =)”

เรื่องนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าเหตุใดน้องมินเอง ที่เคยมีประวัติการรักษามะเร็ง และเพิ่งหายป่วยมาหมาด ๆ จึงตัดสินใจไปดื่มเหล้า จนเกิดอาการช็อกจนเกือบตาย รวมไปถึงการที่น้องมินไม่ซื้อประกันการเดินทาง ก็เป็นอีกหนึ่งความประมาท จนทำให้มีค่ารักษาสูงถึงหลักล้าน และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา กลับมาเรียกร้องขอบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ ขอเรียกร้องรัฐบาล เรียกร้องการบินไทย ให้เข้ามาช่วย ทั้งที่มีเงินเรียนเอกชน มีเงินเที่ยวเกาหลี มีเงินเที่ยวผับ แต่กลับมาขอบริจาคเมื่อเกิดเรื่องฉุกเฉิน

ส่วนเรื่องที่มีคนตั้งข้อสงสัย ว่าเงินบริจาคของน้องมินทะลุหลักล้านไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 1 เมษายน 2560 ด้าน น.ส.ชุลีพร ภูสมศรี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกมาเผยว่า ครอบครัวน้องมิน ไม่ได้มียอดบริจาคนับล้านตามข่าว ซึ่งถ้านับถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ยอดรวมคือรวม 230,070 บาท แบ่งเป็นจาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 116,000 บาท จากญาติที่ออสเตรเลีย 40,000 บาท ชาวไทยผู้ใจบุญ จำนวน 57,070 บาท และอื่น ๆ ซึ่งสวนทางกับรายจ่ายที่ทางนายธีรพงศ์ นาสะอ้าน บิดาของน้องมิน ต้องเซ็นเอกสารรับสภาพหนี้สินที่มีมากกว่า 1.2 ล้านบาทแล้ว

ข่าวที่น่าสนใจ