!!!…น้ำตาจะไหล…!!! เปิดใจ “เป๊ก ผลิตโชค” พูดทั้งน้ำตา เผยโดนด่าจนชิน หมดกำลังแทบอยากตาย ก่อน “หน้ากากจิงโจ้” ทำชีวิตเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้…!!!

กลายเป็นนักร้องโอปป้าที่ดังสุดๆ จนฉุดไม่อยู่ไปแล้ว สำหรับ หนุ่มเป๊ก ผลิตโชค นักร้องเสียงคุณภาพ ที่อยู่ในวงการเพลงมาหลายปี…แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะได้รับความรักจากแฟนคลับมากล้นขนาดนี้…

ปรากฏการณ์ #ผลิตห้างแตก น่าจะเป็นสิ่งพิสูจน์ได้อย่างดีว่า ในนาทีนี้…ในทุกห้องหัวใจของแฟนเพลง…ได้ยกให้กับ “หน้ากากจิงโจ้” จอมยียวนคนนี้ ไปหมดแล้ว…ไปอ่านบทสัมภาษณ์ ของเขาคนนี้ของ ADAY กัน แล้วจะรู้ว่า โอปป้าของเราคนนี้…น่ารักขนาดไหน

ทำไมเลือกร้องเพลงสากลทั้งหมด

-ถ้าร้องเพลงไทยขึ้นมาคนดูก็น่าจะรู้เลย เราร้องเพลงไทยมาตลอด 12 ปี คนน่าจะจำสำเนียงเราได้ และเพลงสากลที่เลือกมาเราก็ถนัดและชอบด้วย เราเติบโตมากับเพลงสไตล์ R&B ฮิปฮอป ตั้งแต่เด็กๆ ฟังมาตลอด…

รู้สึกอย่างไรที่ มีแฟนคลับไปนั่งรอที่สนามบินอีกครั้ง ปรากฏการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมา 10 ปีแล้ว

-แปลกใจเหมือนกัน เพราะแฟนคลับพวกนี้บางคนเขาตามศิลปินเกาหลีมาก่อน เราก็ไม่คิดว่าทำไมถึงมาชอบนักร้องไทยเก่าๆ ที่อายุ 30 แล้วอย่างเรา ไม่แน่ใจเลย อาจตามจากรายการที่ได้เห็นตัวตนเราในอีกมุมหนึ่ง เป็นเป๊กที่ไม่ได้ร้องเพลงป๊อปไทยๆ หรือชอบที่เราเป็นหน้ากากจิงโจ้ก็ได้ เพราะในทีวีดูเท่ ดูน่าค้นหา พอเปิดหน้ากากมาเป็นเรา เขาก็อาจจะชอบเราและไปตามฟังเพลงต่อ

ฝึกร้องเต้นกับแกรมมี่มานาน 7 ปี ก่อนมีอัลบั้ม!?
-เคยถามเหมือนกันว่าทำไมต้องให้ผมฝึกนานขนาดนี้ แต่ก็เข้าใจผู้ใหญ่ว่าถ้ายังไม่พร้อมก็คือไม่พร้อม มีคำพูดที่เขาบอกเราและยังจำได้ถึงตอนนี้ว่า

‘ถ้าผลไม้ที่ยังไม่สุก ทานไปก็ไม่อร่อย ถ้าเราบ่มให้สุกกว่านี้มันก็น่าจะอร่อยขึ้น’ หมายถึงว่าเราน่าจะรอให้พร้อมมากกว่าเดิม อาจไม่ใช่ช่วงที่จะได้ออกอัลบั้มหรือยังหากันอยู่ว่าตกลงเราจะร้องเพลงสไตล์ไหน

ทิศทางของงานเพลงในอนาคตล่ะ
-เราคิดว่าแนวเพลงต่อไปก็ยังเป็นป๊อป R&B นี่แหละ แต่ตอนนี้ที่อยากเรียนเพิ่มเติมคือแจ๊ส ยังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ส่วนแผนทำเพลงเดี๋ยวคงต้องเข้าไปคุยกับทางแกรมมี่ วันนี้หลังจากคุยเสร็จเลยนี่แหละ ก่อนหน้านี้เราไม่มีแผนเพราะไม่คิดว่ากระแสจะกลับมาแรงขนาดนี้ และเป็นช่วงที่แพสชันเราเริ่มหรี่ไปบ้างเหมือนกัน

เกิดอะไรขึ้น
-เป็นช่วงที่เราอยากพักด้วย เรายังมีสัญญาเหลืออยู่ แต่ไม่แน่ใจว่ายังอยากทำต่อหรือเปล่า ผลงานที่ผ่านมาของเราอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จมาก มีดีบ้าง โอเคบ้าง ปล่อยเพลงออกไปแล้วเงียบๆ เลยไม่มั่นใจว่าตกลงจะยังไงดี

ช่วงที่ผ่านมาเลยคิดหนักว่าจะทำอะไรต่อ ไปเรียนต่อต่างประเทศไหม แต่พอมีกระแสจาก The Mask Singer ก็เปลี่ยนไปเลย

คิดว่าทำไมคนไทยถึงยังให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ พฤติกรรมของดารานักร้องมากกว่าความสามารถ

-ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เรารู้ว่าเราเป็นนักร้องนะ น่าจะต้องฟังเพลงของเรา ฟังเสียงคุณภาพของเรามากกว่าสิ

ตอนแรกก็ท้อบ้าง ด่านักข่าวตลอดเวลา ทำไมไม่จริงใจ มาหลอกถามเราแล้วก็ไปเขียนข่าวอีกแบบหนึ่ง

แต่สุดท้ายเราก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติของวงการ ถ้าอยากจะอยู่ตรงนี้ต่อก็ต้องรับให้ได้ใช่ไหมครับ ตอนนี้เลยมีทักษะในการเฉยๆ มีอารมณ์เหมือนกันนะ แต่ช่างมันเถอะ เดี๋ยวก็ผ่านไป ไปดื่มไวน์ดีกว่า (หัวเราะ)

ตอบได้ไหมว่าอะไรทำให้คุณอยู่ในวงการนี้มา 12 ปี และยังยืนยันจะอยู่ต่อไป
-เหตุผลเดียวคือเราอยากร้องเพลง เราชอบร้องเพลง และอยากทำแค่สิ่งนี้ สุดท้ายเราก็รู้สึกภูมิใจมากๆ ที่ได้มาเป็นนักร้อง ถึงวงการบันเทิงจะมอบบาดแผลให้ชีวิตเราเยอะแค่ไหน มีคนเกลียดเรา ด่าเราแค่ไหน แต่ก็ยังมีสิ่งที่เราได้รับมามากกว่าสิ่งพวกนั้นช่วยเยียวยาเราได้ เราได้รับโอกาสให้ทำสิ่งที่รักตั้งแต่เด็ก มันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะได้รับ เป้าหมายตอนนี้คืออยากทำเพลงให้ดีที่สุดที่ออกมาจากตัวเรา ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะยังมีคนสนับสนุนเราอยู่