เปิดชีวิต!!!!แสนเศร้าของ นกอินทรี ต้องทุกข์ทรมานเพราะสารตะกั่วตกค้างในร่างกาย


เปิดเรื่องราวชีวิตนกอินทรีสหรัฐฯ 2 ตัวที่ต้องทุกข์ทรมานจากสารตะกั่วตกค้าง ชะตากรรมของพวกมันเหมือนกัน แต่สุดท้ายมีจุดจบที่แตกต่าง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหานกอินทรีในสหรัฐฯ ที่กำลังวิกฤติ

ชีวิตนกอินทรีหัวขาวในสหรัฐอเมริกาตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ นกผู้แสนสง่างาม สัตว์สัญลักษณ์แห่งประเทศโลกเสรีเหล่านี้กำลังล้มตายลงจากภาวะสารตะกั่วปนเปื้อนในร่างกาย ปีละนับร้อยตัว ขณะที่ศูนย์การศึกษาและฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าบลูเมาน์เทน และศูนย์ฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าเทกซัส รับเอานกอินทรีมารักษากันคนละตัว ต้นเหตุอาการป่วยของพวกมันก็เหมือนกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ตัวอื่น ๆ นั่นก็คือสารตะกั่ว

จากการายงานของเว็บไซต์เดอะโดโด้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ระบุว่า นกอินทรีที่เข้ารับการรักษายังศูนย์การศึกษาและฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าบลูเมาน์เทน ในรัฐโอเรกอน เป็นนกอิทรีเพศเมียแสนสวย มันไม่สามารถกินอะไรได้เลย เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ระบุว่าสาเหตุอาการป่วยเกิดจากการที่มันกินซากสัตว์ที่ถูกยิงด้วยกระสุนตะกั่วเข้าไป ซึ่งภาพจากฟิล์มเอ็กซเรย์ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีเศษกระสุนตกค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารของมัน

ลินน์ ทอมป์สกิน หัวหน้าศูนย์การศึกษาและฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าบลูเมาน์เทน ผู้อุทิศชีวิตช่วยเหลือนกอินทรีมาแล้วกว่า 30 ปี กล่าวว่า สารตะกั่วที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของนกอินทรีตัวนี้อยู่ที่ 385 ไมโครแกรมต่อเดซิลิตร ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากจนน่าตกใจ มากกว่าระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเกือบ 20 เท่า


ลินน์และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ คนอื่น ๆ ใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการดูแลเจ้านกอินทรีผู้น่าสงสารตัวนี้ พวกเขาพยายามป้อนขนกระต่ายให้มันกินเพื่อเป็นการขับสารตะกั่วออกจากร่างกาย แต่มันก็ไม่ยอมกิน และหลังจากมาอยู่ที่ศูนย์ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง มันก็ตาย

สำหรับนกอินทรีอีกตัวหนึ่งนั้น มันเข้ารับการรักษาที่ศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าที่รัฐเทกซัสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 มันเป็นนกอินทรีเพศผู้ที่มีชะตากรรมไม่ต่างกันกับเจ้านกอินทรีตัวเมียที่กล่าวไปข้างต้น วันแรกที่มันมาถึงศูนย์ฯ สภาพของมันเลวร้ายมาก เนื้อตัวอ่อนเปลี้ย คอพับคออ่อนและเซื่องซึมมาก มันสารตะกั่วตกค้างในร่างกายและไม่ยอมกินอะไรแม้แต่อย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่บังคับมัน จับกรอกอาหารและฉีดยาขับสารตะกั่วเพื่อไม่ให้มันตาย

หลังจากได้รับการรักษาไปแล้ว 5 วัน อาการของอินทรีหนุ่มตัวนี้ก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น มันเริ่มขยับตัวได้ และบินได้นิดหน่อย จนกระทั่ง 1 เดือนผ่านไป นกตัวนี้ก็กลับกลายเป็นนกที่สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และแล้วในวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่นมา เจ้าหน้าที่ก็ตัดสินใจปล่อยมันกลับคืนสู่ธรรมชาติ เจ้านกสยายปีกแล้วโบยบินสู่ท้องฟ้า หวนคืนสู่อิสระอีกครั้ง

นกสองตัวเจอกับสารตะกั่วเหมือนกัน ตัวหนึ่งตาย ตัวหนึ่งรอดชีวิต แต่ยังคงมีนกอินทรีย์อีกมากที่เผชิญปัญหาเดียวกันแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ตอนนี้ศูนย์การศึกษาและฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่าบลูเมาน์เทนกำลังเรียกร้องให้ยกเลิกใช้กระสุนตะกั่วยิงสัตว์ เพราะมันส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะกับนกอินทรี และนกอินทรีตัวผู้ที่กลับคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วนั้น ก็ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคต มันจะต้องพบเจอกับชะตากรรมเดิม ๆ อีกหรือไม่