เพชรในตม!!!…โคตรชีวิตอีกคน “หนึ่ง จักรวาล” กำเนิดจากสลัม-ยาเสพติด พลิกชะตาฟ้าสุดเหลือเชื่อ สู่นักดนตรีมือฉมัง(รายละเอียด)


เรียกได้ว่าเป็นนักเปียโนและมือคีย์บอร์ดมือดีของเมืองไทย แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ “หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม” ไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่นอย่างที่ใครๆคิด ความยากของชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นทุนชีวิตที่เรียกว่าติดลบ เกิดในสลัมคลองเตยที่เต็มไปด้วยยาเสพติดและความรุนแรง ช่วงที่เป็นนักดนตรี จนถึงเป็นโปรดิวเซอร์และมิวสิคไดเรกเตอร์ที่ใครหลายๆคนอยากร่วมงานด้วย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับ ดู๋ – สัญญา คุณากร ในรายการเจาะใจ ซีรีย์พิเศษ “ก้าวที่…กล้า”


“เมื่อพูดถึงเปียโน มันดูเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องมีฐานะ บ้านผมไม่มี ต้องอาศัยแอบดู แอบซ้อม ซึ่งชีวิตช่วงนั้นผมซ้อมหนักมาก ตีห้าต้องถึงโรงเรียน สี่โมงก็ซ้อมถึงห้าโมง ก็ต้องรีบออกไปทำงานเลิกตีสี่ กลับบ้าน อาบน้ำ แล้วไปมหาลัยต่อ ผมทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน ต้องบอกว่าชีวิตผมไม่เคยเห็นเตียงเลย เวลานอนของผมคือเวลาเรียน แต่พอทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ช่วงหลังๆ สภาพร่างกายเริ่มไม่ไหว ตัวดำๆ ผอมๆ เลยโดนเชิญผู้ปกครอง ครูเห็นเราเป็นเด็กคลองเตย ก็ถามแม่ว่าจักรวารติดยาหรือเปล่า แต่ถึงสภาพตอนเรียนจะไม่ไหว พอได้ขึ้นเวทีมันกลายเป็นคนละคน ลงจากเวทีปุ๊บ นี่เราป่วยนี่หว่า แต่ผมไม่ได้มองว่านี่เป็นการทรมานตัวเองนะ ผมมองว่า มันคือความสุข”

ชีวิตขาขึ้นที่ค่อยๆ ไต่เต้าไปเป็นมือวางอันดับหนึ่ง ไปไหนมาไหนมีแต่คนเรียก ‘อาจารย์หนึ่ง’ จนคิดว่าตัวเองเจ๋งจนกระทั่งได้พบบททดสอบที่ทำให้รู้ว่า “ดนตรีไม่มีใครเก่งกว่าใคร”

นักเปียโนและมือคีย์บอร์ดมากประสบการณ์ระดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่หลายคนในวงการยกให้เขาเป็นเทพ นอกจากเป็นนักดนตรีแล้ว “หนึ่ง จักรวาล” ยังเป็นทั้ง Composer, Arranger, Producer และ Music Director ทำงานให้กับศิลปินคนดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะสังกัดค่ายไหน หรือเพลงแนวใด ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตก็แทบจะนับไม่ถ้วน ทั้งกับนักร้องเพลงสากลของเมืองไทย รวมถึงคอนเสิร์ตแนวแจ๊สอีกหลากหลาย

ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเปียโนระดับเทพ เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีจากวงดนตรีลูกทุ่ง อาศัยเรียนเปียโนแบบครูพักลักจำ ต้องจำใจเรียนไวโอลินเป็นภาคบังคับ ด้วยความชอบฝังใจจากการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ที่ดูตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาเพียรพยายามหาโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนวิชาเปียโนด้วยตัวเอง
ตอนนี้คนรู้จักมากขึ้นเพราะการเป็นนักสืบในรายการ I can see your voice เพราะปกติเล่นเฉพาะคอนเสิร์ต ทำเพลงอยู่เบื้องหลัง ตอนแรกกลัวนะกับการออกรายการ เพราะเราเข้าใจว่ารายการทุกรายการชอบความสนุกสนาน ซึ่งดูจากหน้าจอผมไม่ตลกน่ะ บางคนอาจกลัวว่าผมหน้าดุ ดูแล้วไม่ขำ มีนักสืบในรายการ 5 คน พวกข้างหลังขำหมด ส่วนครูอ้วน-มณีนุช ก็มีความรู้ มีบุคลิกของเขา และเป็นคนเล่นละครได้ด้วย ส่วนผมเล่นละครไม่เป็น และเป็นคนไม่ชอบดูสคริปต์ เลยรู้สึกว่าบทบาทในรายการไม่น่าเข้ากับเรา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หยุดทำ เพราะติดธุระ มีพี่ปั๋ง-ประกาศิต มาแทน พี่ปั๋งก็สนุก กลัวเหมือนกันว่าจะได้กลับมาทำต่อหรือเปล่า อีกวันหนึ่งทีมงานบอกว่าไม่อยากให้เราหยุด เขาต้องการคาแรกเตอร์แบบพี่หนึ่งอย่างนี้ จะได้ดูแตกต่าง

เริ่มต้นเกี่ยวพันกับดนตรีมาตั้งแต่ 2 ขวบ เริ่มเอาตะเกียบมาตีจานชามเป็นจังหวะ ตอนเด็กบ้านอยู่ในสลัม บ้านอีกหลังที่มีรั้วติดกัน เป็นเพื่อนของพ่อ ผมเรียกว่าป๋า ป๋าเป็นคนเล่นแอคคอเดียน เย็น ๆหลังกลับจากทำงานเขาก็มีสังสรรค์กับเพื่อน ซึ่งป๋าเป็นคนช่วยเลี้ยงผมด้วยเพราะพ่อผมขาพิการ กระดูกสันหลังหักหมดเลย จากอุบัติเหตุโดนตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ทับ ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ส่วนแม่ก็เป็นแม่บ้าน พ่อบอกว่าป๋ามานั่งเล่นแอคคอเดียนให้ฟังแล้วก็เอาจาน ชาม ตะเกียบมาวางสอนให้ผมตี…อีกอย่างหนึ่งพ่อก็เป็นครูสอนนักร้อง นักร้องสมัยนั้นที่พ่อสอนมี อาไวพจน์ เพชรสุพรรณ อาชัยชนะ บุญนะโชติ ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติไปแล้ว แต่พ่อก็ไม่รู้ดนตรี แต่ท่านสามารถสอนได้ว่าเนื้อเพลงแบบนี้ ต้องร้องแบบนี้ ด้วยเสียงแบบนี้ ร้องแหล่แบบนี้ เราก็เห็นตอนพ่อสอน

ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเปียโนระดับเทพของเมืองไทย ตอนเริ่มมีตังค์ เคยอยากเรียนเปียโนอย่างจริงจังอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกมีพี่คนหนึ่งจบมาจากอเมริกา ผมลงเรียน จ่ายตังค์ไปแล้ว เข้าไปเรียนวันแรก เขาบอกเล่นอันนี้ได้ไหม ผมก็เล่นได้ อันนี้ก็เล่นได้ เล่นได้หมด แต่สิ่งที่ผมเล่น ผมไม่รู้ว่ามันเรียกอะไร พี่เขาบอกว่าผมเล่นได้แล้ว มาเรียนทำไม … พอมาอีกทีเริ่มรู้สึกว่าพอมีคนมาให้เราสอนเปียโน เราไม่อยากถ่ายทอดวิชาที่ผิด ๆ อย่างน้อยมีวิชาที่ใช้ภาษาชาวบ้านพูดกัน กับอีกอันที่น่าจะรู้เป็นวิชาการบ้าง ก็ไปถามอาจารย์ที่เป็นด็อกเตอร์ว่าผมอยากเรียน อยากรู้ประมาณนี้ อาจารย์บอกว่า หนึ่งเล่นได้แล้ว แต่ถ้าอยากรู้ว่าอันนี้เรียกว่าอะไร โทร.มาถามได้เลย ไม่ต้องลงเรียน เสียดายตังค์

สำหรับคอนเสิร์ต The Producer หนึ่ง จักรวาล และล้านดวงดาว ที่จะจัดขึ้นล่าสุดมีความพิเศษคือ จุดประสงค์หลักคืออยากทำบุญ เลยชวนศิลปินพี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จักว่าใครอยากทำบุญร่วมกับเราบ้าง พอชวนแล้วเริ่มปากต่อปากจำนวนเลยเริ่มเยอะขึ้น ผมคิดว่างั้นเล่าชีวิตเราเลยดีกว่า เหมือนเตือนความจำตัวเองว่าชีวิตหนึ่งเราผ่านอะไรมาบ้าง คอนเสิร์ตนี้จะเป็นตัวบอกว่าทำไมถึงมีอาไวพจน์ เพชรสุพรรณ มีอาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา, พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ฯลฯ ครบเจเนอเรชั่นเลย แถมยังมีทุกแนว ทั้งลูกทุ่ง หมอลำ สตริง อินดี้ แร็พ เพราะผมทำงานผ่านมาหมดแล้วทุกแนว

“เราเป็นนักดนตรีที่เล่นเพลงอะไรก็ได้ ที่ได้ตังค์มาเลี้ยงลูก” คิดแค่นี้เอง เก่งหรือเปล่าไม่รู้ แต่เล่นแล้วมีตังค์เลี้ยงครอบครัวพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในเส้นทางดนตรี จนกระทั่งมีวันนี้…วันที่คนในแวดวงเพลง แวดวงดนตรี แทบทุกคนรู้จักเขา

“หนึ่ง จักรวาล” และครอบครัว กำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ให้ชีวิตมีก้าวต่อไป

“หนึ่ง จักรวาล” กับเพื่อนร่วมงาน ทำงานอย่างมีความสุข และภาคภูมิใจ

เมื่อผันมาทำงานเบื้องหน้าบ้างมันก็สนุกดีเหมือนกัน

มีความสุขกับงานที่ตัวเองรักและทุ่มเทที่สุด