แถลงเป็นทางการ!!! แพทย์ยันฮีอัพเดทอาการล่าสุด “น้องทราย” โดนครูพละปาแก้วใส่หน้าจนปากเบี้ยว ร่วมอนุโมทนาบุญทุกฝ่ายคืนชีวิตงดงามให้เธอ!?!


จากกรณี น้องทราย หรือน.ส.นฤดี จอดสันเที๊ยะ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ถูกครูพละปาแก้วกาแฟใส่บริเวณกกหูซ้าย ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูปและปากเบี้ยว และกลายเป็นข่าวครึกโครมไปช่วงเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เข้าช่วยเหลือน้องทราย โดยส่งตัวน้องทรายเข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาลยันฮีทางด้านศัลยกรรม

ล่าสุด นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลยันฮี พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยญชาญ ประกอบด้วย นพสุธน พิศูทธินุศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง นพ.อภิชัย ชัยดรุณ อายุรแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็ม พญ.ปาริฉัตร หวานฉ่ำ แพทย์ประจำศูนย์ไฮเปอร์แบริค ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงขั้นตอนการรักษาในช่วงระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา โดยมีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และ “น้องทราย” ร่วมรับฟัง ซึ่งนางปวีณา ได้รับการประสานว่า ขณะนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการรักษาของน้องทราย ที่ถูกครูพละปาแก้วใส่ใบหน้าจนมีอาการปากเบี้ยว ไม่สามารถหลับตาซ้ายได้ และมุมปากยิ้มได้เพียงข้างเดียวหายดีแล้ว

โดย นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า ได้รับน้องทรายเข้ารักษาตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันทำการรักษา ได้แก่ แพทย์อายุรกรรมระบบประสาท การฝังเข็ม กายภาพบำบัด และการรักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 % (Hyperbaric) ซึ่งผลการรักษารวมเวลาทั้งสิ้น 5 เดือน (16 ก.ย.59-15 ก.พ.60) ปรากฏว่า ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ แพทย์ผู้ทำการรักษาเห็นผลการตอบรับจากการให้ยา การฝังเข็ม การรักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์100 % (Hyperbaric) และการทำกายภาพบำบัดเป็นระยะๆ ทำให้การรักษาหายเร็วกว่าที่คาดไว้ ปัจจุบันน้องทรายสามารถหลับตาได้สนิททั้งตาซ้ายและขวา สามารถยิ้มได้ปกติและผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจของน้องทรายและคุณแม่


ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลยันฮี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยรักษาน้องทรายจนหายดีโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หลังจากนี้น้องทรายก็จะกลับไปเรียนหนังสือและสามารถอยู่ในสังคมได้ตามปกติ ส่วนในเรื่องคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับ “น้องทราย” เคยรู้สึกท้อใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ หลังถูกครูพละที่โรงเรียนโมโหที่ไม่ทำตามคำสั่งให้นั่งลงในสนามกีฬาจนปาแก้วเซรามิคมาถูกที่บริเวณกกหูซ้ายอย่างแรง จนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลปูดบวมเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2559 และต่อมาไม่กี่วันก็เกิดอาการปากเบี้ยว น้ำลายไหลตลอดเวลาและหลับตาซ้ายไม่สนิท จากนั้นได้ตระเวนรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งมาร่วมเดือนแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จนแพทย์แนะนำว่าอาจจะต้องรักษา โดยการผ่าตัดซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงเกือบ 3 แสนบาท และหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจจะพิการที่ใบหน้าได้

จากนั้นได้นำเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาไปแจ้งกับครูพละเพื่อขอให้รับผิดชอบแต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้ กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ก.ย.59 ได้ตัดสินใจเดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯ พร้อมกับนางปราณีย์ จอดสันเที๊ยะ มารดา และญาติๆ เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรม หลังรับเรื่องนางปวีณาได้ประสานนพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลยันฮี เพื่อขอให้ช่วยรักษาน้องทราย ก่อนพาไปตรวจดูอาการเบื้องต้นในวันที่ 16 ก.ย.2559 โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างมาร่วมตรวจดูอาการและวิเคราะห์เบื้องต้นว่า อาการดังกล่าวเกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ จากการได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3-6 เดือน และทางโรงพยาบาลยันฮียินดีช่วยเหลือรักษาให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.