ขำท้องแข็ง!!!!จากรายเฟลๆ สู่คำตอบว่า…ทำไมเราถึงตลกกับความเจ็บปวดของคนอื่น


ออกอากาศทางช่องอาร์ทีแอล ซีบีเอส เอ็กซ์ตรีม (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 338) มาได้พักหนึ่งแล้ว สำหรับรายการ “เฟล อาร์มี่ ซีซั่น 3” ที่ลงจอทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 20.30 น. เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมด้วยการนำความโชคร้ายของคนอื่นๆ มาให้ขำขัน โดยมีตั้งแต่อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงภัยพิบัติต่างๆ

แน่นอนว่าเมื่อได้เห็น ทุกคนคงรู้สึกผิด แต่ขณะเดียวกันก็เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลายากลำบาก (ของคนอื่น) ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ในทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้หมายความถึง ความเสื่อมถอยด้านจิตใจของมนุษย์

วารสารประจำปีของสถาบันทางวิทยาศาสตร์นิวยอร์ก ได้ตีพิมพ์การศึกษาของ ดร. มีนา ซิคารา ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และดร. ซูซาน ฟริสก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ระบุไว้ว่าความคิดของมนุษย์ผูกกับความรู้สึกที่เรียกว่า “schadenfreude” เป็นภาษาเยอรมันอ่านว่า “ชาเดนฟรอยเดอ” หมายถึง “ความเพลิดเพลินใจเมื่อได้เสพประสบการณ์ความโชคร้ายของผู้อื่น”

โดยการศึกษาดังกล่าวระบุถึงความรู้สึกต่างๆ ดังนี้

ความรู้สึกแรก คือ “ความเห็นอกเห็นใจกับความโหดร้าย” การทดลองครั้งหนึ่งมุ่งวัดระดับความเห็นอกเห็นใจของมนุษย์ พบว่าต่อมความเห็นอกเห็นใจในสมองของมนุษย์ทั้งชายและหญิงจะถูกกระตุ้นเมื่อเขาเห็นคนที่เป็น”คนดี” ถูกไฟดูด แต่ถ้าเป็น “คนไม่ดี” ได้รับความเจ็บปวด ต่อมความเห็นอกเห็นใจจะตอบสนองต่ำลง เป็นผลทำให้เกิดการกระตุ้นในส่วนของความเพลิดเพลินในสมองน้อยลง ตามด้วยความต้องการในการแก้แค้น

ต่อมา คือ “กรณีศึกษาเกี่ยวกับความภูมิใจในตัวเอง” สมาคมนักจิตวิทยาอเมริกันตีพิมพ์ผลการศึกษาซึ่งเผยว่าคนที่ไม่ค่อยภาคภูมิใจในตัวเอง มักมีแนวโน้มที่จะมีความสุขบนความทุกข์ของคนที่เก่ง โดยระบุว่าคนเหล่านี้มักรู้สึกว่าถูกคุกคามจากคนเก่งที่ประสบความสำเร็จมากกว่าตน และมักจะหาโอกาสที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดี หรือสูงค่าขึ้น

อีกความรู้สึกคือ “อิจฉาริษยา” นักวิจัยจากสถาบันรังสีวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่น ได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้ารับการทดลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวเอกฝั่งดีในละคร ในขณะที่ใช้เครื่องสร้างสแกน MRI ตรวจสอบสัญญาณที่เกิดขึ้นในสมอง ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าต่อมรับความเจ็บปวดในสมองจะมีแสงวูบวาบขึ้นเมื่อเขานึกถึงตัวละครฝ่ายตรงข้ามที่พวกเขาอิจฉา แต่ในขณะที่ผู้เข้ารับการทดลองจินตนาการถึงความหายนะที่เกิดขึ้นกับตัวละครฝ่ายตรงข้าม ในสมองจะเกิดปฏิกิริยาต่อส่วนที่เป็นศูนย์กลางระบบการให้รางวัล ซึ่งแสดงถึงความพึงพอใจของผู้เข้ารับการทดลอง

สุดท้ายคือ “คู่แข่งที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด” เมื่อดร. ซิคารา ,ดร. ฟริสก์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการรับรู้ดร. แมทธิว บอทวินิค จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของแฟนคลับทีมบอสตัน เรด ซอกซ์ และนิวยอร์ก แยงกีส์ พบว่าความพ่ายแพ้ของทีมคู่แข่งส่งผลต่อปฏิกิริยาที่สูงขึ้นของสมองส่วนที่เรียกว่า “ventral striatum” ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์กับความเพลิดเพลินใจ ปฏิกิริยาเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นตอนพวกเขาพูดถึงความต้องการที่จะทำร้ายแฟนๆ ของทีมคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนมีความเพลิดเพลินกับเรื่องผิดพลาดของบุคคลอื่นไม่เท่ากัน จากผลการทดลองของสถาบันวิทยาศาสตร์ด้านรังสีวิทยาแห่งชาติในญี่ปุ่น พบว่าปฏิกิริยาด้านความรู้สึกขึ้นอยู่กับความคิดที่มีต่อเหยื่อ นอกจากนี้การมองคุณค่าของตัวเองยังมีผลต่อความนิยมในการเสพความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นอีกด้วย

ดังนั้นเมื่อใดที่เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง และปรับมุมมองที่มีต่อคนอื่นในแง่บวกมากขึ้น รายการเฟลๆ ก็อาจไม่ชวนขำเท่าเดิมก็เป็นได้