ช่วยกันส่งกำลังใจให้ทหาร3จังหวัดชายแดนใต้!!!!ยังระอุ! วางบึ้มจยย.บอมบ์ ถล่มรถ อส.ปัตตานี เจ็บ 7 นาย!

ชายแดนใต้ยังระอุ วางบึ้มถล่มรถ อส.ไม้แก่น ปัตตานี ตูมสนั่นที่กะพ้อ รถพังยับเยิน โดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 7 นาย มีสาหัส 3 นาย ก่อนเกิดเหตุคณะอส. รถปิกอัพหุ้มเกราะ 3 คัน กลับจากฝึกยุทธวิธีการรบที่ยะลา คาดมีคนร้ายดักซุ่มอยู่ข้างทาง กดชนวนระเบิด ถังแก๊สปิคนิคโจมตีถล่ม

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 ก.พ. พ.ต.อ. ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่ถนนสายกลาพอ-ทุ่งยางแดง ท้องที่หมู่ 3 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จึงนำกำลังตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรุดไปยังที่เกิดเหตุพบซากรถจักรยาน ยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ถูกแรงระเบิดแหลกกระจายเกลื่อนถนน พบชิ้นส่วนถังแก๊สปิคนิค และชิ้นส่วนวัตถุระเบิดแสวงเครื่องกระจายทั่วบริเวณ ห่างกันไปประมาณ 500 เมตร พบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว เป็นรถหุ้มเกราะของฝ่ายปกครอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดพรุน ทั้งคัน ยางด้านซ้ายแตก

จากการตรวจสอบทราบว่า มีผู้บาดเจ็บ 7 คน เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ไม้แก่น จึงลำเลียงส่งร.พ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี ในจำนวนนี้มี 3 คน บาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อนายรอซะห์ อาลี ถูกสะเก็ดระเบิด ที่ลำตัว นายสุริยัน มะมิง และนายซุลกิฟลี ยูโซะ ถูกสะเก็ดระเบิดที่แขนและลำตัว แพทย์ต้องส่งตัวต่อไปยัง ร.พ.ปัตตานี ส่วนอส.อีก 4 นาย ทราบชื่อนายมงคล จองลน, นายอุบดุลเลาะ นาแซ, นายประเสริฐ ยาแก้ว และนายอำนาจ สมานแก้ว บาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส. 7 นาย ใช้รถหุ้มเกราะเป็นยานพาหนะเดินทางกลับจากฝึกยุทธวิธีการรบที่ จ.ยะลา มุ่งหน้า อ.ไม้แก่น โดยมากันทั้งหมด 3 คัน รถคันที่ถูกระเบิดเป็นคันที่ 3 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ข้างทางกดชนวนวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊สปิคนิค น้ำหนักประมาณ 20 ก.ก. วางไว้ บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จอดอยู่ริมถนน ระเบิดใส่อย่างจัง นายประเสริฐ พลขับพยายาม เร่งเครื่องหนีออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการซุ่มยิง แต่รถไปได้เพียง 500 เมตร เครื่องก็ดับ เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ต่อมา พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ปัตตานี นำกำลังเดินทางมายังที่เกิดเหตุ สั่งการให้หน่วยกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร โดยในเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็น กลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ เฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ แล้วลอบวางระเบิดโจมตี