ยังจะแถอีก!!!!!!! เหยียบยอดอกฉัน!!!…”ลีลาวดี”สุดจะทนทำกับวัดธรรมกายแบบนี้ได้ไง ขึ้นเสียง คสช.สักวันลูกศิษย์ทนไม่ไหว จะรู้สึก(มีคลิป)


นางสาวลีลาวดี วัชโรบล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องสถานการณ์วัดธรรมกายในตอนนี้ เธอกล่าวว่า หลังจากได้มีการประกาศมาตรา 44 ออกมานั้น เท่ากับเป็นการเหยียบยอดอกของลูกศิษย์ธรรมกายทั้งโลก การที่ใช้อำนาจรัฐออกมากดขี่กับศาสนสถานที่ชาวพุทธให้การเคารพกราบไหว้ และใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย ในเมื่อต้องการใช้กฎหมายเข้าไปตรวจค้น วัดพระธรรมกายก็เปิดโอกาสให้ดีเอสไอ ทหาร ตำรวจ ที่ไปจำนวนหลายพันนาย ก็ได้เข้าไปค้นเกือบทุกตึกแล้ว


ลีลาวดี กล่าวต่อว่า เชื่อว่าตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้ค้นหมดแล้วและมีลายเซ็นมาแล้ว เพราเขาค้นทีเดียว 9 กองร้อย เราก็ลุ้นตามไปกับสื่อมวลชนที่ถ่ายทอดจากเฟซบุ๊กไลฟ์ และเมื่อค้นแล้วไม่มีเราก็โล่งใจ จากนั้นมีการเข้าไปซีนเอาป้ายไปติดว่าอายัด เพื่อไม่ให้พระ อุบาสก อุบาสิกา ทำให้เราเกิดคำถามว่า จะนำพระจำนวน 3-4 พันรูป ไปไว้ที่ไหนและใครที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกจากวัด ซึ่งทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดทั้งนั้นเพราะถวายปัจจัยเพื่อหวังว่า จะได้มีสถานที่ปฏิบัติธรรมให้ลูกให้หลาน


ทุกวันนี้ไม่ทราบว่าหลวงพ่ออยู่ไหน แต่วันนี้หัวอกของคนเป็นลูกศิษย์เชื่อว่าถ้าหากเจอพระธัมมชโยนั้นก็จะถูกกลั่นแกล้งจับให้สึก ซึ่งตอนนี้ไม่มีกระบวนการไหนที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นหลวงพ่อจะอยู่ในเพศสมณะ และยืนยันว่าพระธัมมชโยมีอาการอาพาธจริง แต่ท่านไม่ได้พูดว่าท่านขยับไม่ได้ เพียงแค่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายในวันนั้น แต่ถึงวันนี้ไม่ทราบว่าท่านไปไหน แต่เมื่อตรวจสอบด้วยกระบวนการ ม.44 เมื่อตรวจแล้วไม่พบ แล้วทำไมถึงทำเช่นนี้กับพระเณรในวัดพระธรรมกาย


ลีลาวดี วัชโรบล เกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510ที่กรุงเทพ เป็นบุตรสาวของ พลอากาศตรี ตะนัย และจินตนา วัชโรบล มีศักดิ์เป็นหลานของ ดร.คลุ้ม วัชโรบล นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของไทย

จบประถมและมัธยมจากโรงเรียนจิตรลดา ปริญญาตรีจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปริญญาโท จาก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และปริญญาเอก ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลีลาวดี เป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะดาราละครโทรทัศน์ โดยเริ่มเข้าวงการมายาจากการประกวดนางงามวิสุทธิกษัตริย์ ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 จากนั้นได้ตำแหน่งรองนางสาวไทย
เป็นตัวแทนประเทศไทยประกวดมิสเอเชียแปซิฟิก ในปี 2528

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ลีลาวดีก็เข้าสู่วงการโทรทัศน โดยมี “นายร้อยสอยดาว” เป็นผลงานละครเรื่องแรก ในปี 2529 และอีกหลายสิบเรื่องตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่โลดแล่นในวงการบันเทิง จนเรื่องสุดท้ายที่เล่นคือ “มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต” ในปี 2548

หลังจากนั้น เธอเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยมีไอดอลคือ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในปี 2549 ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. กทม. สังกัดพรรคประชากรไทย แต่พ่ายแพ้
ต่อมาพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค และได้กำเนิดพรรคพลังประชาชนซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค ลีลาวดี ลวสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในนามพลังประชาชน แม้จะสอบตก แต่ได้รับโอกาสจาก สมัคร สุนทรเวช ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ


ต่อมา ปี 2554 “ลีลาวดี” ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.กทม. เขต 5 พื้นที่ดุสิต-ราชเทวี สังกัดพรรคเพื่อไทย ตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา “ลีลาวดี” ได้พิสูจน์ตัวเอง ผ่านการทำหน้าที่ ส.ส.นำนโยบายที่ได้สัญญาไว้ ไปดูแลพี่น้องประชาชน และยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ “ลีลาวดี” ภูมิใจ คือการเป็นกรรมาธิการและเลขานุการกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนา

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ครั้งวัดพระธรรมกายถูกกระแสสังคมวิพากษ์หนัก ลีลาวดี เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงประสบการณ์ในวัดพระธรรมกายซึ่งตนเข้าไปที่วัดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2525 มีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งสอนให้ทุกคนจิตใจสงบ มีสมาธิ มุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรม จึงมั่นใจว่าจะฝ่าฟัน “วิชามาร” ไปได้ และกรรมดี ย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม

ภาพส่วนหนึ่งจากเฟซบุ๊ก “ลีลาวดี วัชโรบล”