ผ่านาทีสยองสองแคว!!!! ด.ต.แค้นบอกเลิก-ไล่ล่า รัวดับกิ๊กหน้าค่ายทหาร

เพิ่งผ่านเวลาสองยามเข้าสู่เช้าวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ไม่กี่นาที ทหารยามเข้าเวรหน้าประตูทางเข้าค่ายสฤษดิ์เสนา กรมรบพิเศษ ที่ 4 ริมถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ม.2 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ก็ต้องแปลกใจ

เมื่อจู่ๆ มีรถเก๋งสีขาว ซึ่งมีสองสาวอยู่ในรถขับพุ่งพรวดเข้ามาจอดข้างป้อมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีรถเก๋งอีกคันขับตามมาจอดที่ริมถนน ก่อนจะมีชายหนุ่มเปิดประตูลงมาเดินตรงไปที่รถคันแรก พร้อมตะโกนคุยกับหญิงสาวคนขับรถเสียงดัง

หนึ่งในทหารซึ่งเข้าเวรอยู่เข้าไปสอบถามถึงธุระเร่งด่วนที่มาเยือนค่าย รบพิเศษในยามดึกดื่น ชายหนุ่มคนดังกล่าวก็เดินกลับไปที่รถ ก่อนย้อนกลับ มาอีกครั้งพร้อมอาวุธปืนที่กระชับไว้ ในมือ

เมื่อกลับมาถึงอีกครั้งก็สาดกระสุนปืนใส่คนขับที่นั่งอยู่ในรถทันที!!?

โดยหญิงสาวที่นั่งมาด้วยรีบเปิดประตูหนีออกมาขอความช่วยเหลือที่ป้อมยาม

ทหารที่เห็นเหตุระทึกตรงหน้า จึงเข้าปล้ำแย่งปืนคนร้ายจนกระสุนปืนเกิดลั่นออกมาอีก 1 นัด ก่อนที่คนร้ายจะถือปืนวิ่งเข้าป่าข้างทาง อาศัยความมืดหลบหนีไป โดยจอดรถทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

ส่วนเหยื่อกระสุน ซึ่งเป็นหญิงสาว ก็สิ้นใจคาพวงมาลัย!!?

ไม่กี่นาทีหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผกก.สภ.วังทอง ก็นำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมร.ต.อ.สมาน พรมประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.วังทอง และ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา

จากการตรวจสอบพบว่ารถคันที่ เกิดเหตุเป็นรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กท 8872 นครสวรรค์

ภายในรถพบศพ น.ส.นก (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ สภาพสวมเสื้อคลุมสีเหลือง นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ยิงหลายนัด นอนจมกองเลือดอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ โดยมีปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ข้างรถ 5 ปลอก

ห่างไปเล็กน้อยพบรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน กฉ 7120 พิษณุโลก ของคนร้ายจอดอยู่ริมถนน

สอบสวน น.ส.ปัณฑ์รพี ประวิทย์ชาติ อายุ 49 ปี ที่นั่งรถมาพร้อมผู้ตาย ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจจากเหตุสยองที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ให้การว่าผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.วุฒิกร มหา อายุ 49 ปี ตำรวจสายตรวจประจำ สภ.แก่งโสภา ช่วยราชการที่ กก.สส.บช.ภาค 6

ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ปัณฑ์รพี พร้อม ด.ต.วุฒิกร ซึ่งเป็นเพื่อนกันไป รับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก พบกับ น.ส.นกผู้ตายที่รู้จักกันดีรออยู่ก่อน จึงนั่งร่วมโต๊ะกัน โดยไม่ทราบว่าด.ต. วุฒิกร และ น.ส.นก มีความสัมพันธ์กันในระดับไหน

หลังรับประทานอาหารเสร็จจึงแยกย้ายกันกลับ โดยด.ต.วุฒิกรขอแยก ไปทำธุระที่ จ.นครสวรรค์ น.ส.ปัณฑ์รพี จึงอาศัยรถของ น.ส.นกกลับบ้านพัก เพราะอยู่ทางเดียวกัน

ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าด.ต.วุฒิกรกลับขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค จี้ตามมาด้วยความเร็ว ก่อนขับปาดหน้ากระชั้นชิด

น.ส.นกจึงขับหนีไปขอความช่วยเหลือที่ป้อมทหารจุดเกิดเหตุ

เมื่อด.ต.วุฒิกรตามมาทันก็ลงจากรถเข้ามาพูดจาขู่ตะคอกผู้ตายว่า “มึงไม่เคลียร์กับกูใช่ไหม มีอะไรให้ไปคุยกันที่บ้าน”

แต่น.ส.นก ไม่ยอมพูดคุยด้วย และไม่ลงจากรถ ด.ต.วุฒิกรจึงเดินกลับไปหยิบปืนในรถกลับมากระหน่ำยิงทันที จากนั้นอาศัยความมืดหลบหนีไป

ต่อมาช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน ด.ต.วุฒิกรนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวที่สภ.วังทอง

พ.ต.อ.สุรเดช เผยว่า เบื้องต้น ด.ต.วุฒิกรยอมสารภาพว่า สาเหตุเกิดจากผู้ตายบอกเลิก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างมีครอบครัวอยู่แล้ว หลังจากไปรับประทานอาหารกัน หลังจากนั้นได้ขับรถตามไป แต่ผู้ตายไม่ยอมคุย และยืนยันที่จะเลิกกันจึงก่อเหตุโหด

แต่เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ชุมชนหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็น ผู้ต้องหาก็ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอไปให้การในชั้นศาลแทน

เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ใช้หลักทรัพย์ 6 แสนบาท ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี เพราะผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเอง

คดีนี้ยังอยู่ในขั้นต้นของขบวนการยุติธรรมเท่านั้น ยังต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และต่อสู้กันตามขั้นตอนของกฎหมายอีกพักใหญ่ เพื่อให้ศาลสถิตยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน

อีกหนึ่งเหตุฆาตกรรมสยองขวัญที่มีจุดเริ่มต้นจาก ความรัก แต่ต้องจบลงด้วยความตาย