สยองโหด!!!!แว้นไล่ฆ่ากัน!! ตร.อาสาผ่านเจอ-ขับตามสยบศึก เสยหกล้อยับ-ไฟลุก หนุ่มดับคาซาก 3 ศพ

อุบัติเหตุสยองเมืองอุดรฯ ตำรวจอาสาซิ่งเก๋ง ไล่รถแว้น พลาดชนรถบรรทุก 6 ล้อ จอดรอเติมแก๊ส ดับคาที่ 3 ราย สาหัส 1 ราย

ตำรวจอาสาเขตงานบ้านเชียง ไปร่วมงานตรวจรักษาความสงบในงานประจำปีทุ่งศรีเมืองอุดรฯ และยังเป็นอาสามูลนิธิกู้ภัย หลังงานเลิกขับรถกลับไปประจำที่สถานีตำรวจเขตงานบ้านเชียง เจอกลุ่มเด็กแว้นขับรถจักรยานยนต์ซิ่งกวนเมืองไล่ตีกัน จึงขับรถไล่ตาม เพื่อแจ้งให้สายตรวจมาร่วมจับกุม แต่ขณะขับรถเก๋งไล่ตามไปด้วยความเร็ว ไม่ทันเห็นรถยนต์บรรทุกหกล้อที่จอดรอเข้าคิวเติมแก๊สอยู่ริมทาง ทำให้พุ่งชนเข้าด้านท้ายอย่างจัง จนไฟลุกไหม้ คนขับและคนนั่งข้าง เสียชีวิตทันที 3 ศพ คนนั่งหลังอาการสาหัส

อุบัติเหตุสยองเสียชีวิตทันที 3 ศพ สาหัส 1 ราย เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.55 น. วันที่ 23 ก.พ.60 ร.ต.อ.ศักดา บุญก้อน รองสารวัตรสอบสวน ทำหน้าที่นายร้อยเวรคดีจราจร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถยนต์บรรทุกหกล้อ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ข้างสถาบันการพละศึกษาวิทยาเขตอุดรธานี ถนนสายรอบเมืองอุดรธานี–หนองบัวลำภู ฝั่งขาออก ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.ท.เอกลักษณ์ บุญแสนเจริญ รอง ผกก.ป.ฯ แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี , หน่วยกู้ชีพ ร.พ.ศูนย์อุดรธานี , มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และกำลังจำนวนหนึ่งรีบรุดไปร่วมสอบสวนชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู ฝั่งขาออก พบซากรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กบ.4735 อุดรธานี ชนท้ายรถยนต์บรรทุกหกล้อตู้ทึบ สีขาว หมายเลขทะเบียน 81-3573 อุดรธานี โดยสภาพรถยนต์เก๋งพังยับเยินเป็นเศษเหล็ก ยุบไปทั้งคันตั้งแต่ด้านหน้าไปจนด้านที่นั่งตอนท้าย มีผู้ติดภายใน 4 ราย จึงช่วยกันงัดร่างออกมา พบว่าเสียชีวิต 3 ราย ที่เบาะนั่งคนขับ ทราบชื่อนายกฤษณะ แก้วกล้า อายุ 21 ปี หรือ ต้า เมธา 508 อาสามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน หน่วยบริการโพศรี และเป็นอาสาตำรวจเขตงานบ้านเชียง อยู่ ม.1 ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนที่นั่งข้างคนขับ ทราบชื่อ นายสิทธิโชติ โสดารส อายุ 22 ปี นักศึกษาโรงเรียนช่างกลอุดรธานี และเป็นอาสาตำรวจเขตงานบ้านเชียง ที่นั่งเบาะหลังซ้าย นายภานุวัฒน์ เจียระแม อายุ 22 ปี อาสาตำรวจเขตงานบ้านเชียง อยู่ ม.12 ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนผู้บาดเจ็บนั่งหลังขวา ทราบชื่อนายสุวรรณ ศรีกระแจะ อายุ 19 ปี เป็นอาสาตำรวจเขตงานบ้านเชียง ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมาก จึงรีบนำส่ง ร.พ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อผ่าตัดช่วยชีวิตโดยเร่งด่วน

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นตำรวจอาสา เขตงานบ้านเชียง ทีมงานของ ด.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จันนาวัน หัวหน้าเขตงานบ้านเชียง ได้ไปร่วมตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยภายในงานประจำปีทุ่งศรีเมือง ระหว่างวันที่ 14–25 ก.พ.60 ที่จัดขึ้นภายในสนามทุ่งศรีเมืองอุดรฯ ซึ่งในคืนวันที่ 22 ก.พ.60 เป็นการแสดงของวงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ หลังงานเลิกช่วงเที่ยงคืน กลุ่มวัยรุ่นยังจับกลุ่มไล่ชกต่อยกัน และมีกลุ่มรถซิ่งกวนเมืองขับไล่ทำร้ายร่างกายกัน นายกฤษณะ แก้วกล้า หรือ ต้า เมธา 508 หัวหน้าทีม ได้ขับรถพาทีมงานเพื่อนๆทั้ง 4 คนกลับเขตงาน

ระหว่างทางเจอกลุ่มรถซิ่งกวนเมืองไล่ทำร้ายกัน จึงขับรถไล่ตาม เพื่อแจ้งให้กำลังมาสนับสนุนในการจับกุม แต่พอขับไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นปั๊มที่มีบริการเติมแก๊สด้วย ทำให้มีรถมาจอดรอคิว เพื่อเติมแก๊สในตอนเช้าจำนวนหลายคัน รถยนต์เก๋งที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ได้พุ่งชนท้ายรถยนต์บรรทุกหกล้อที่จอดอย่ริมถนน อย่างแรง ทำให้คนขับและคนที่นั่งมาด้วยเสียชีวิตทันที 3 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 รายที่นั่งตอนท้าย ส่วนคนขับรถบรรทุก ที่จอดรถไว้นั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามหาตัวมาสอบสวนถึงสาเหตุการจอดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสามราย เป็นอาสาตำรวจเขตงานบ้านเชียง และยังเป็นอาสามูลนิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน ทำงานช่วยเหลือสังคม ช่วงเกิดเหตุที่แน่ชัด ทราบว่าเพิ่งกลับจากงาน รปภ.ในงานประจำปี และอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ตอนนี้ให้พนักงานสอบสวนสอบพยานและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และทางตำรวจก็จะดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ผู้อาวุโสที่ทำงานในมูลนิธิกู้ภัยในอุดรธานี ต่างออกมาตักเตือนการปฎิบัติหน้าที่ของกลุ่มอาสาวัยรุ่น ที่นำรถส่วนตัวมาใช้งาน แต่ไม่มีสัญญาณไฟไซเรนเตือน และการขับรถเร็ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพื่อเป็นการเตือนสติสำหรับการทำงานให้ใช้ความระมัดระวังในการขับรถเร็ว รักษาความประมาทเสมอชีวิต และร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้