สุดซึ้ง!!!!ขอบคุณน้ำใจท่วม!! 3เด็กกำพร้าถึงทางตันหวิดใส่ยาเบื่อหนูหม้อข้าวฆ่าตัวตาย แม่ร่ำไห้ทิ้งลูก

น้ำใจคนไทยท่วมท้น 10 กว่าวัน ยอดเงินบริจาคทะลุกว่า 2 แสนบาท ช่วย 3 ลูกกำพร้าอยู่กับยาย หนี้ท่วมจนเคยคิดฆ่าตัวตาย เตรียมนำเงินไปปลดหนี้และรักษาแม่ป่วยมะเร็ง ด้านบ้านพักเด็กฯ เร่งเข้าช่วยสร้างอาชีพให้พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน

จากกรณีมีเด็กกำพร้า 3 คนพี่น้อง ที่บ้านเลขที่ 121 ม.4 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งประกอบด้วย น.ส.จันทภา หนูแก้ว หรือ น้องต้า อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตรอนตรีสินธุ์ ด.ญ.สโรชา หนูแก้ว อายุ 12 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ด.ช.สมัชญ์ หนูแก้ว อายุ 8 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเดียวกัน ทั้ง 3 คน เป็นพี่น้องคนละพ่อ พ่อแม่แยกทางกัน ต้องอยู่กับยาย คือ นางมาลี หนูแก้ว อายุ 64 ปี และมีปัญหาหนี้สิน ทั้งนอกระบบ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์เพื่อการเกษตร รวมกว่า 500,000 บาท ทำให้เครียดจนเคยคิดฆ่าตัวตายโดยใส่ยาเบื่อหนูในหม้อข้าว ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด วันที่ 20 ก.พ. นายประยุทธ เต่าแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและหาทางให้การช่วยเหลือครอบครัวเด็กทั้ง 3 คน และครอบครัว โดยพบว่าเด็กทั้ง 3 คน มีสีหน้าสดชื่นขึ้น เนื่องจาก นางมาลัย หนูแก้ว อายุ 45 ปี แม่ของเด็กทั้ง 3 คน ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว

น.ส.จันทภา กล่าวว่า หลังจากมีข่าวออกไป ก็มีผู้ใจบุญโอนเงินผ่านบัญชีเข้ามา บางคนขับรถมาจากชลบุรี นำเงินมาให้ถึงบ้าน รวมจำนวนบริจาคทั้งสิ้น 267,747 บาท จึงขอขอบคุณผู้ใจบุญที่โอนเงินมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลด้วย เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฯ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ เหล่ากาชาดจังหวัดฯ อบต. บ้านแก่ง ได้นำเงินและสิ่งของมามอบให้ ซึ่งเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคมาส่วนหนึ่งจะนำไปใช้หนี้ แม้จะยังไม่พอ แต่ก็ช่วยแบ่งเบาครอบครัวได้มาก นอกจากนี้ เงินอีกส่วนหนึ่งจะนำไปรักษาแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในมดลูก ซึ่งขณะนี้ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว รวมถึงจะนำเงินไปต่อรถพ่วงใหม่ให้ยายแทนคันเดิมที่เก่าจนพัง อีก 7,000 บาท เพื่อใช้สำหรับขายน้ำพริกผัด ลูกชิ้นปิ้ง ตามตลาดนัด ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่หารายได้เลี้ยงครอบครัวด้วย


ด้าน นางมาลัย กล่าวทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่ทิ้งลูกๆ ทั้ง 3 คนไป เนื่องจากกู้เงินนอกระบบ หรือแก๊งหมวกกันน็อก มาลงทุนทำร้านส้มตำ แต่ก็ไปไม่รอด ไม่มีเงินใช้หนี้ สุดท้ายจึงต้องหนี ไม่คิดว่าแก๊งหมวกกันน็อกจะมาตามทวงหนี้จากแม่และลูกของตนจนได้รับความเดือดร้อนเช่นนี้ โดยตนไปอยู่ที่ภูเก็ต ทำงานรับจ้างล้างรถ เงินเดือนแทบไม่พอใช้ จึงไม่สามารถส่งเงินมาให้ทางบ้านได้ และตนยังเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรก ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพฯ เดือนละครั้ง ตอนนี้ทราบว่าแก๊งหมวกกันน็อกหยุดคิดดอกเบี้ยแล้ว จึงกลับมาอยู่กับลูก เพื่อดูแลลูกและช่วยแบ่งเบาภาระแม่เท่าที่ทำได้ด้วย

ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า วันนี้มาตรวจเยี่ยมเพื่อวางแผนช่วยเหลือแบบ 360 องศา ซึ่งจากรายได้ในการขายของของยายขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะดูแลครอบครัว จะต้องมีอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่ม เช่น เลี้ยงกุ้ง ซึ่งสามารถทำอยู่กับบ้านได้ แต่ทั้งนี้ต้องค่อยๆ เริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้มีเงินใช้หนี้และพึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน ในส่วนของบ้านพักเด็กฯ จะเสนอเรื่องการให้เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ ไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม และประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาดูแล ส่วนเรื่องทุนการศึกษาของเด็กทั้ง 3 คน ขณะนี้เรียนฟรีอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงหลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะต้องเสียค่าเล่าเรียน จะประสานสถานศึกษา หรือหน่วยงานภาคเอกชน ที่มีการแจกทุนการศึกษา มาให้การช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าจะติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ประสงค์ให้ความช่วยเหลือทุนการศึกษาหรือภาระหนี้สิน ครอบครัวของน้องต้า สามารถร่วมบริจาคเพิ่มเติมได้ที่บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาตรอน ชื่อบัญชี นางสุรางค์ แบบวา หรือ น.ส.จันทภา หนูแก้ว บัญชีเลขที่ 020066508274

ข่าวที่น่าสนใจ