สลด!!!!ชีวิตรันทด!2พี่น้องป่วยกระดูกหลังคด-ลิ้นหัวใจรั่ว แขน-ขา ลีบอ่อนแรง พ่อแม่สุดลำบาก

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือสองเด็กพิการกระดูกสันหลังคดผิดรูป ป่วยลิ้นหัวใจรั่ว กล้ามเนื้ออ่อนแรงเคลื่อนไหวไม่ได้ แม่ต้องดูแลไม่ห่างต้องป้อนอาหารทางสายยาง ตั้งแต่แรกเกิด คนน้องเป็นออทิสติก ผู้เป็นแม่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุกัญญา ชุมอุปการ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ นักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญและศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางไปยังเลขที่ 2 หมู่ 4 บ้านนาคำ ต.ลือ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อเยี่ยมครอบครัว นางธิดาราม หมื่นหล้า ซึ่งมีบุตรป่วยพิการ 2 ราย อยู่ภายในบ้านหลังเดียวกัน คือ ด.ช.ธาราธิป หมื่นหล้า อายุ 10 ปี ซึ่งพิการการมองเห็น หูไม่ได้ยิน ร่างกายผิดปรกติไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เนื่องจากกระดูกสันหลังคดผิดรูป พัฒนาการทางสมองช้าและมีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ ต้องรับประทานอาหารทางสายยาง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และ คนเล็ก คือด.ญ.สุมิชฌา หมื่นหล้า อายุ 4 ปี พิการทางสติปัญญา มีโรคประจำตัวคือโรคโลหิตจาง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเด็กทั้งสองคนพิการตั้งแต่กำเนิด

เบื้องต้นเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มอบเงินช่วยเหลือ รายละ 1,500 บาท พร้อมด้วยถุงยังชีพและผ้าห่มกันหนาว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล ให้มีกำลังใจสามารถดำเนินชีวิตร่วมกับสังคมได้ และเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะได้หาแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป

นางธิดาราม หมื่นล้า อายุ 38 ปี แม่ของเด็กทั้งสองเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อปี 2550 ตนเองตั้งครรภ์ ซึ่งในระหว่างที่ตั้งครรภ์ก็ไม่มีอะไรผิดปรกติ กระทั้งครบกำหนดคลอด ตนคลอดลูกชายคือ ดช.ธาราธิป หมื่นหล้า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2550 หลังจากที่คลอดได้ไม่กี่วัน หมอก็บอกกับตนเองว่า ลูกชายมีภาวะร่างกายผิดปรกติ คือกินนมได้ ถ้าดูดกินนมก็จะมีอาการตัวเขียวขึ้นทันที เหมือนว่าจะขาดอากาศหายใจ

“ตอนแรกก็คิดว่าถ้าโตขึ้นมาซักหน่อยก็คงจะหายเป็นปรกติ แต่พอน้องอายุได้ 2 เดือน น้องก็เริ่มมีอาการป่วยต่างๆนาๆ เจ็บออดๆแอดๆ จึงได้พาไปหาหมอ หลังจากตรวจที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น หมอก็มาบอกว่าน้องมีโครโมโซมในร่างกายผิดปกติ และผนังกั้นหัวใจรั่ว ต้องรักษาไปตามอาการ และหลังจากที่เอ็กซเรย์ อย่างละเอียดก็พบว่า กระดูกสันหลังของน้องคดผิดรูป ส่งผลให้น้องมีหัวโตผิดปรกติ มีคอสั้น ใบหูเล็ก อวัยวะเพศลีบเล็ก แขน-ขา ลีบและอ่อนแรง” นางธิดาราม กล่าว

นางธิดาราม กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ที่น้องคลอดออกมา น้องก็ต้องกินอาหารทางสายยาง ซึ่งอาหารเหลวสำเร็จรูป ราคาค่อยข้างจะแพงมาก ถุงละ 1,200 บาท และต้องสั่งซื้อครั้งละ 4 ถุง ขั้นไป ซึ่ง 1 ถุงนั้น จะทานได้ 15 วัน เพราะน้องจะ ต้องทานครั้งละ 6 ออน ทาน 3 ชั่วโมงครั้ง ซึ่งตนเองเคยทดลองใช้อาหารเหลวของเด็กปกติให้น้องทาน เพราะต้องการที่จะประหยัดรายจ่าย เนื่องจากอาหารเหลวสำเร็จรูปมีราคาแพง แต่พอน้องทานทีไร น้องจะป่วยตัวเขียวขึ้นมาทันที บางครั้งรุนแรงถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล เลยตัดสินใจว่ายอมซื้ออาหารเหลวสำเร็จรูป ซึ่งอาจจะมีราคาแพงให้น้องทาน ดีกว่าจะเอาเงินที่มีไปรักษา พอหลังจากที่น้องอายุได้ 5 ปี อาการป่วยของน้องก็เริ่มทรงตัว ไม่ค่อยป่วยรุนแรงเหมือนช่วงแรก

ตนเองและสามีจีงได้ปรึกษากันว่า อยากมีอีกคนเพราะคิดว่า ทั้งพ่อและแม่ก็ร่างกายแข็งแรง ทั้งคู่ ไม่น่าจะมีอะไร จึงตัดสินใจมีลูกคนที่สอง คือด.ญ.สุมิชฌา หมื่นหล้า พอลูกคนที่สองคลอดออกมาก็พบว่าน้องก็มีโครโมโซม ในร่างกายผิดปกติเหมือนกับคนพี่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้ มีพัฒนาการทางร่างกายช้ากว่าเด็กปรกติ และตอนนี้ก็มีโรคโลหิตจางแรกซ้อน ซึ่งตั้งแต่เกิดจนกระทั้งตอนนี้ น้อง อายุ 4 ขวบ น้องก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตนเองต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ซึ่งสามี คือนายเสรี หมื่นล้า อายุ 36 ปี มีอาชีพทำนา และรับจ้างส่งน้ำ มีรายได้วันละ 300 บาท โดยเงินที่ได้มาก็จะนำมาเป็นค่ารักษาลูกๆทั้งสองคน บางวันที่ลูกป่วยก็จะไม่ได้ออกไปทำงาน เงินเก็บที่มี จากการทำนาขายข้าวได้ ก็นำมารักษาลูกจนหมด ที่นาก็นำไปจำนองเพราะต้องการเงินมารักษาลูก กระทั้งทุกวันนี้ต้องกู้หนี้ ยืมสิน ทั้งหนี้ในระบบ และนอกระบบ เพื่อพาลูกไปหาหมอเวลาที่ลูกป่วย เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงเนื่องจากต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และการไปแต่ละครั้งต้องไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเดือนๆ

ทุกวันนี้เท่าที่ทำได้คือต้องดูแล และรักษาไปตามอาการ ซึ่งตนเองก็ได้แต่ภาวะนาว่า สักวันหนึ่งน้องจะหาย หรือไม่ก็ขอให้ลูกของตนทั้งสองคนช่วยเหลือตัวเอง ทานข้าวเองได้บ้างก็ยังดี เพราะหากว่าตัวเองแก่ตัวลง หรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นในชีวิต ไม่รู้ใครจะมาดูแลแทน แต่ถึงอย่างไรในตอนนี้ตนเองยังพอมีแรงอยู่ ก็จะขอดูแลเขาทั้งคู่ให้ดีที่สุดเท่าจะทำได้

ทั้งนี้ หากมีใจบุญต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือได้ที่ เลขที่บัญชี 520-251155-6 ธนาคารไทยพานิช สาขาอำนาจเจริญ ชื่อบัญชี นางธิดาราม หมื่นล้า เพื่อด.ญ.สุมิชฌา หมื่นหล้า และเลขที่บัญชี 638-0203379 ธนาคารกรุงเทพ สาขาปทุมราชวงศา ชื่อบัญชี นางธิดาราม หมื่นล้า