ล่าสุด!!!!คดีพลิกแท็กซี่ดราม่าแม่ตาย-ลูกป่วย ที่แท้กุเรื่องหลอกเงินผู้โดยสาร กรมการขนส่งฯสั่งฟันปรับ1พัน

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพและเรื่องราวจากเฟซบุ๊ก Khun Yoo Yoksawat หรือ “ครูหยู” ที่เจอโชเฟอร์แท็กซี่ร้องไห้เพราะแม่เสียชีวิต ไม่มีเงินค่าทำศพ ลูกก็ป่วยหลับอยู่ที่เบาะหน้ารถ หลังจากขับรถส่งผู้ดดยสารเสร็จก็จะกลับบ้านที่ราชบุรี โดยที่เจ้าของเฟซบุ๊กรู้สึกเห็นใจจึงมอบเงินช่วยเหลือและนั่งปลอบไปตลอดทาง ก่อนที่จะนำเรื่องราวที่พบไปแชร์ลงในโลกโซเชียล แต่กลายเป็นว่าเมื่อมีคนในโลกออนไลน์เคยเจอแท็กซี่รายนี้และรู้ดีว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพ ที่มาคอยทำเรื่องดราม่าหลอกเอาเงินจากผู้โดยสาร

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีการแชร์ข่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีคนขับแท็กซี่มีพฤติกรรมหลอกลวงโดยอ้างว่า แม่เสียชีวิต ไม่มีเงินทำศพ และลูกป่วย เพื่อเรียกร้องความสงสารจากผู้ใช้บริการนั้น นายสนิท พรหมวงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการเรียกตัวเจ้าของรถและผู้ขับรถคันหมายเลขทะบียน ทย-6075 กทม. มาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทราบว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถได้แก่ สหกรณ์บวรแท็กซี่ จำกัด โดยมี นายลิขิต แซ่คู เป็นผู้เช่าซื้อ โดยผู้ขับรถชื่อ นายบุญเหลือ สว่างแจ่ม เป็นผู้ขับรถ

โดยนายบุยเหลือ ผู้ขับรถให้การยอมรับว่า ได้กระทำตามที่ปรากฎต่อสื่อจริง และยังพบว่านายบุญเหลือ ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะด้วย จึงพิจารณาดำเนินการลงโทษผู้ขับรถและผู้ประกอบการ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ดังนี้ 1.ผู้ขับรถมีความผิดฐาน (1) ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้โดยสารขณะให้บริการ ตามมาตรา 57ฉ ประกอบ มาตรา 66/2 จึงได้ปรับในอัตราโทษสูงสุด 1,000 บาท (2) ไม่มีใบอนุญาตขับรถ ตามมาตรา 64 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท จึงได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป

นายสนิท กล่าวต่อว่า 2.ผู้ประกอบการมีความผิดฐาน (1) ยินยอมให้ผู้ขับรถซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถเข้าขับรถ ตามมาตรา 56 ประกอบ มาตรา 60 จึงลงโทษปรับในอัตราสูงสุดเป็นเงิน 2,000 บาท
(2) ไม่จัดส่งประวัติผู้ขับรถ ตามมาตรา 5(15) ประกอบมาตรา 58 จึงลงโทษปรับในอัตราสูงสุด เป็นเงิน 1,000 บาท

นอกจากนี้ ได้ส่งตัวนายบุญเหลือเข้ารับการอบรมกฎระเบียบเกี่ยวกับการให้บริการที่ดีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง และบันทึกประวัติผู้กระทำความผิด และกำชับตักเตือนผู้ประกอบการให้ตรวจสอบผู้ขับรถอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้ จะพิจารณาลงโทษสถานหนักต่อไป