เฮ้ยจริงดิ!!!! อนุมัติแล้วให้ปลูก “กัญชง” ได้ในจังหวัด ที่กำหนดไว้ให้ตามนี้!!!(รายละเอียดด้านใน)

เฮ้ยจริงดิ!!!! อนุมัติแล้วให้ปลูก “กัญชง” ได้ในจังหวัด ที่กำหนดไว้ให้ตามนี้!!!(รายละเอียดด้านใน)


ล่าสุดที่ผ่านมา ครม.อนุมัติแล้วให้ปลูกกัญชงได้ นำร่อง 6 จังหวัด 15 อำเภอ คือ จ.เชียงใหม่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่วาง แม่ริม สะเมิง และแม่แจ่ม จ.เชียงราย 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เทิง เวียงป่าเป้า และแม่สาย จ.น่าน 3 อำเภอได้แก่อ.นาหมื่น สันติสุข และสองแคว จ.ตาก เฉพาะที่ อ.พบพระ จ. เพชรบูรณ์ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.หล่มเก่า เขาค้อ และเมือง และจ.แม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ อ.เมือง สำหรับสายพันธุ์ที่นำมาปลูกได้ต้องมีนั้นจะต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือสารทีเอชซี ไม่เกิน 1% หากตรวจพบว่าแปลงใดมีต้นกัญชงที่สารดังกล่าวเกินจะถือว่ามีความผิด สามารถปลูกได้ แต่ในพื้นที่ๆกำหนด มีผลตั้งแต่ปี 2560 เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า เยื่อของต้นกัญชงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการประดิษฐ์เช่น การถักทอเป็นประเป๋าหรือสิ่งของต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ชาวบ้านมีอาชีพ โดยโรงงานยาสูบจะเป็นผู้รับซื้อผลิตภัณฑ์จากต้นกัญชงที่เกษตรกรในพื้นที่ที่ระบุไว้โดยตรง ส่วนพืชกระท่อมอยู่ระหว่างการศึกษาวิถีการใช้ของชาวบ้านเพื่อประโยชน์ทางสมุนไพรซึ่งต้องมีการแก้กฎหมายว่าสามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น เคี้ยวหรือต้ม ส่วนกัญชา อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีความเห็นขัดแย้งโดยแพทย์มองว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม
ข้อคำนึงสำหรับผู้สนใจปลูก

จากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กัญชาและกัญชงหรือเฮมพ์ เป็นพืชที่ใกล้เคียงกัน จึงถูกระบุให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก ห้ามมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดประเภท 5 เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะอนุญาต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเป็นราย ๆ ไป จากกระราชบัญญัติดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2522 ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือข้อยกเว้น ผนวกกับผลการศึกษาของคณะกรรมการร่วมกันหลายฝ่าย อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกเฮมพ์ มูลนิธิโครงการหลวงจึงมอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เป็นผู้แทนในการพิจารณาข้อตกลงร่วมกับเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ

ประกอบด้วย เกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องมีพื้นที่และอาณาเขตที่แน่นอน ทำรั้วรอบล้อมพื้นที่ปลูก มีป้ายระบุจำนวนพื้นที่ปลูก ชื่อเกษตรกรเจ้าของพื้นที่ หมายเลขทะเบียนที่ได้รับอนุญาต มีการจดบันทึกการปลูกทุกระยะ กำหนดวันปลูกและวันเก็บเกี่ยว จะต้องเก็บเกี่ยวให้หมดพื้นที่ตามที่ระบุไว้ คณะกรรมการสามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ปลูกเฮมพ์ได้ตลอดเวลา หากเกษตรกรผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง คณะกรรมการสามารถตัดฟันต้นเฮมพ์ทิ้งได้ทั้งแปลงและไม่อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการในปีต่อไป สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-5332-8496-9 หรือ ดร.สริตา ปิ่นมณี นักวิชาการ สถาบันวิจัย ฯ 08-9637-8862