หน้าหนึ่ง เพื่อนแฉ รุ่นพี่ ท้าน้องบอส ให้ว่ายข้ามบ่อไปหา ม.เกษตรตั้งกก.สอบ

หน้าหนึ่ง เพื่อนแฉ รุ่นพี่ ท้าน้องบอส ให้ว่ายข้ามบ่อไปหา ม.เกษตรตั้งกก.สอบ

เพื่อน”น้องบอส”เผยเหตุจมน้ำ เกิดจากรุ่นพี่ท้าให้ว่ายข้ามบ่อ แต่ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ ส่วนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องเฝ้า ดูอาการในไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง ขณะที่พ่อเดินทางจากพัทลุงมาดูอาการลูก ขอให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลให้มากกว่านี้ ยันหากลูกหายดี เข้าเรียนต่อได้ ก็จะไม่แจ้งความเอาผิดรุ่นพี่แน่นอน ม.เกษตรฯแจงสระดังกล่าวเป็นที่ใช้ทำกิจกรรม เป็นบ่อน้ำฝน ไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียหรือที่ทิ้งสารเคมี อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่การรับน้องแน่ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว 

จากกรณีที่นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือน้องบอส อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี จมน้ำในการทำกิจกรรมในบ่อน้ำของมหาวิทยาลัย จนเกิดอาการปอดติดเชื้อ อาการสาหัส ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ร.พ.ชลบุรี ขณะที่มหา วิทยาลัยชี้แจงว่าบ่อดังกล่าวไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อสารเคมี เป็นเพียงบ่อรับน้ำฝน และกิจกรรมที่น้องบอสเข้าร่วมไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง แต่เป็นกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อเฉลยสายรหัส ตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายอัมพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี อดีตกำนัน ต.พนางตุง จ.พัทลุง พ่อของน้องบอส กล่าวว่า ยังไม่มีรุ่นพี่เข้ามาคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีแต่เพียงคณะผู้บริหาร ที่เข้ามารับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่รู้สึกสบายใจ ถึงแม้ว่าอาการของน้องบอสจะดีขึ้น แต่ก็ยังอยากให้ทางโรงพยาบาลรายงานอาการเป็นระยะๆ และอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลในเรื่องของสถาบันให้มากกว่านี้ ซึ่งหากน้องบอสปลอดภัยก็จะไม่เอาผิด ไม่แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณ นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายวรวุฒิ โป๊ะมา รองคณบดี นายสุรเชษฐ์ พรหมทอง นิสิตชั้นปี 3 และนายวรปรัชญ์ สุตมา นิสิต ปี 1 ร่วมชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

1

โดยพล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณนิรุทธ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. วันที่ 9 ก.ย. หลังเสร็จกิจกรรม ก็มาล้างตัวที่สระกักเก็บน้ำฝนซึ่งใกล้กับจุดที่จัดกิจกรรม โดยไม่ใช่บ่อหรือสระกักเก็บน้ำเสีย-สารเคมี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ มหาวิทยาลัยส่งน้ำไปตรวจวิเคราะห์แล้วไม่พบมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยรับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้ทอดทิ้งนายโชคชัย จะให้ความช่วยเหลือดูแลต่อเนื่องจนกว่าอาการจะดีขึ้น เช่นเดียวกับรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ส่งนักจิตวิทยามาดูแลสภาพจิตของนิสิต นอกจากนี้ยังตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบหาข้อเท็จจริง แต่ต้องรอให้สภาพจิตใจของผู้ที่อยู่ในเหตุ การณ์ดีขึ้นเสียก่อน จึงจะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น

นายวรปรัชญ์ อายุ 18 ปี เพื่อนน้องบอส เผยว่า หลังจากที่เสร็จจากกิจกรรมบริเวณสนามซอฟต์บอล ร่างกายเปรอะเปื้อน จึงมาล้างตัวที่สระดังกล่าว จังหวะนั้นมีรุ่นพี่ได้พูดหยอกล้อ ให้ว่ายน้ำข้ามไปหารุ่นพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยไม่ได้บังคับ ซึ่งในจังหวะที่ว่ายไปนั้น รุ่นพี่เห็นท่าทางของบอสไม่ดี จึงลงไปช่วยและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งคาดว่าบอสอาจว่ายน้ำไม่แข็ง ประกอบกับร่วมกิจกรรมเวลานาน และมาลงว่ายน้ำทำให้เกิดปัญหา และจมน้ำได้

ด้านนายสุรเชษฐ์ นิสิตชั้นปี 3 กล่าวว่า สื่อที่ออกทางเฟซบุ๊กไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ไม่มีสื่อมวลชนมาสอบถาม หรือดูที่เกิดเหตุ และยืนยันว่าบ่อดังกล่าวเป็นที่เก็บน้ำฝน ไม่ใช่บ่อบำบัดสารเคมี หรือบ่อบำบัดน้ำเสีย

นพ.ชุติเดช ตาบองครักษ์ ผอ.ร.พ.ชลบุรี กล่าวว่า อาการโดยทั่วไปของน้องบอส มีอาการดีขึ้น แต่ยังต้องนอนดูอาการในห้อง ไอซียู โดยเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ภาวะสมองภาพรวมดูดีขึ้น แขนและขาสามารถขยับได้ แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษช่วยพยุงการทำงานของปอดและระดับของออกซิเจนไม่ให้ระดับออกซิเจนในเลือดตก โดยอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ในการใส่เครื่องช่วยหายใจเพื่อทำให้ปอดกลับมาทำงานได้ตามปกติ ส่วนเรื่องการติดเชื้อในปอดนั้น อยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง โดยขณะนี้ทีมแพทย์ให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมกับเชื้อแบคทีเรียที่น้องบอสมีการสำลักจากน้ำ และตอนนี้น้องบอสก็มีเพียงไข้ต่ำๆ เท่านั้น ซึ่งคาดว่าในอีกสัปดาห์ หากเอกซเรย์ปอดไม่มีความผิดปกติ ควบคุมการติดเชื้อได้ก็น่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจได้

เมื่อถามว่ามีโอกาสจะเหมือนนักร้องดัง บิ๊ก ดีทูบี ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หรือไม่ นพ.ชุติเดชกล่าวว่า ยังเฝ้าระวังอยู่ แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่แสดงอาการลักษณะเดียวกับนักร้องคนดังกล่าว หากน้ำที่น้องบอสสำลักเข้าไป เป็นน้ำที่สกปรก ก็อาจจะทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ แต่เราก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อตลอด แต่กรณีนี้ก็แตกต่างกัน น้องบอสยังมีสติ และเริ่มตอบสนอง ภาพรวมของสมองยังไม่มีปัญหา ไม่ได้ขาดออกซิเจนนาน และอาการของน้องบอสฟื้นตัวเร็ว ส่วนตัวเชื่อว่าน้องจะกลับไปเรียนได้ตามปกติแต่ก็ต้องประเมินอีกครั้ง

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.ก่อโชค จันทวรางกุล รักษาราชการแทนอธิการบดีวิทยาลัยเขตศรีราชา และ พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณ นิรุทธ์ ร่วมแถลงข้อเท็จจริงกรณีนายโชคชัย หรือน้องบอส อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 จมน้ำอาการสาหัส

ดร.จงรักกล่าวว่า ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยืนยันว่าน้ำในบ่อดังกล่าวไม่ใช่บ่อบำบัดสารเคมี โดยเป็นบ่อน้ำที่คณะพาณิชยนาวีนานาชาติใช้ในการเรียนในหลักสูตรของภาควิชาสาขาวิทยาศาสตร์การเดินเรือและภาควิชาวิทยาศาสตร์เครื่องกลเรือ และเป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับกิจกรรมรับน้อง มหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้เกิดการรับน้องที่รุนแรง ไม่มีการว้าก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกิจกรรมการเฉลยพี่รหัส เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นอยู่นอกเหนือจากเวลาของการจัดกิจกรรมไปแล้ว และคาดว่าน่าจะเกิดจากการท้าทายกันในหมู่เพื่อนหรือรุ่นพี่บางคน ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับข่มขู่

ดร.จงรักกล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่อาการของน้องบอสมีอาการปอดติดเชื้อนั้น สาเหตุมาจากในช่วงนี้เป็นฤดูฝนน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาและน้ำฝนอาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ฝุ่นละออง โดยปกติแล้วทางมหาวิทยาลัยจะมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำในบ่อดังกล่าวเป็นระยะ หลังจากนี้จะมีการเก็บตัวอย่างของน้ำไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัดและยืนยันว่าน้ำในบ่อไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีอย่างแน่นอน

รศ.ดร.ก่อโชคกล่าวด้วยว่า พื้นที่บริเวณบ่อน้ำดังกล่าวมีการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา อันจะเห็นได้จากการที่เมื่อตัวนิสิตจมน้ำก็จะมีทั้งรุ่นพี่และเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในทันที เนื่องจากคณะพาณิชยนาวีนานาชาติได้จัดให้มีหลักสูตรการช่วยชีวิตในน้ำร่วมด้วย สำหรับเรื่องความปลอดภัย ต้องยอมรับว่าอาจเพราะมีอาจารย์ที่ควบคุมกลุ่มนิสิตในการทำกิจกรรมเพียงสองท่านจึงไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ว่าน้องบอสป่วย รศ.ดร.ก่อโชค กล่าวว่า ทั้งอาจารย์และรุ่นพี่ รวมถึงเพื่อนร่วมรุ่นไม่มีใครทราบ ตัวน้องบอสเองอาจเกิดการหักโหมมากเกินไปกระทั่งลืมตัวว่าป่วย เมื่อเสร็จกิจกรรมดังกล่าวจะเผลอลงไปในบ่อน้ำเพื่อล้างตัวและอาจเกิดอาการตะคริวขึ้นจะจมน้ำดังกล่าว